13 ประโยชน์สุดยอดจากกาแฟ

Blog

13 ประโยชน์สุดยอดจากกาแฟ

กาแฟมีประโยชน์อย่างมาก มันเต็มไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ซึ่งจะช่วยให้สุขภาพของคุณดีขึ้น ผลจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่านักดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่ำต่อการเป็นโรคต่างๆ และนี่คือ 13 อันดับประโยชน์สุขภาพจากกาแฟ ที่ได้รับการยืนยันแล้วจากการศึกษาพฤติกรรมการดื่มกาแฟ

  1. กาแฟช่วยเพิ่มพลังงานและช่วยทำให้คุณเกิดความคิดอย่างสร้างสรรค์

กาแฟสามารถช่วยให้คุณรู้สึกเหนื่อยน้อยลงและเพิ่มระดับพลังงานให้กับคุณได้อย่างเหลือเชื่อ เนื่องจากกาแฟมีสารกระตุ้นที่เรียกว่า คาเฟอีน  ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท หลังจากที่คุณดื่มกาแฟ คาเฟอีนจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด จากนั้นจะเดินทางเข้าสู่สมอง และตัวคาเฟอีนจะช่วยยับยั้งสารอะดีโนซีนในเซลล์สมอง ช่วยให้ผู้บริโภค มีความตื่นตัว ความคิดฉับไว ไม่ง่วงนอน กระปรี้กระเปร่า รู้สึกมีพลังมากขึ้น

ส่วนสำคัญ : คาเฟอีนช่วยยับยั้งสารสื่อประสาทชนิดหนึ่งในสมอง ที่ช่วยออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท และช่วยเพิ่มพลังงาน ความรู้สึกและกระบวนการทำงานของสมอง

  1. กาแฟสามารถช่วยเผาผลาญไขมันได้

คุณรู้หรือไม่ว่า คาเฟอีน ยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายของเราได้เป็นอย่างดี? นั้นเป็นเพราะ…คาเฟอีน เป็นหนึ่งในสารธรรมชาติที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยเผาผลาญไขมันได้ มีการศึกษาวิจัยพบว่า คาเฟอีนสามารถกระตุ้นและเพิ่มระดับการเผาผลาญได้ประมาณ 3-11 % และ จากการการศึกษาอื่นๆ ยังแสดงให้เห็นว่าคาเฟอีนสามารถเพิ่มการเผาผลาญไขมันโดยเฉพาะได้มากถึง 10% ในคนอ้วนและ 29% ในคนผอม อย่างไรก็ตามอาจเป็นไปได้ว่าผลกระทบเหล่านี้จะลดลงในผู้ดื่มกาแฟระยะยาว

ส่วนสำคัญ : จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าคาเฟอีนสามารถเพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกายและเพิ่มอัตราการเผาผลาญ

  1. คาเฟอีนสามารถปรับสมรรถภาพทางร่างกายได้อย่างมาก

คาเฟอีนช่วยกระตุ้นระบบประสาททำให้ส่งสัญญาณไปยังเซลล์ไขมันเพื่อทำลายไขมันในร่างกาย และคาเฟอีนยังเพิ่มระดับ Epinephrine (Adrenaline) ในเลือด โดยร่างกายเกิดอาการที่เรียกว่า “สู้ หรือ หนี” เป็นฮอร์โมนที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ร่างกายของเราพร้อมสำหรับการออกกำลังกายอย่างหนัก โดยคาเฟอีนจะทำให้เซลล์ไขมันแตกตัวลง เข้าสู่กระแสเลือดเป็นกรดไขมันอิสระและเป็นตัวเผาผลาญ ซึ่งผลเหล่านี้จึงไม่แปลกที่คาเฟอีนสามารถปรับสมรรถภาพทางร่างกายได้โดยเฉลี่ย 11-12%  ด้วยเหตุนี้คุณจึงควรดื่มกาแฟสักถ้วยประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนที่คุณจะไปออกกำลังกาย

ส่วนสำคัญ : คาเฟอีนสามารถเพิ่มระดับอะดรีนาลีนและปล่อยกรดไขมันอิสระ นอกจากนี้ยังสมารถปรับสมรรถภาพทางร่างกายได้อีกด้วย

  1. มีสารอาหารที่สำคัญในกาแฟ

กาแฟเป็นมากกว่าน้ำสีดำเท่านั้น โดยมีสารอาหารหลายชนิดในเมล็ดกาแฟ กาแฟหนึ่งถ้วยประกอบด้วย :

  • ไรโบฟลาวิน (วิตามิน B2): 11% ของ RDA
  • กรดแพนโทเธนิค (วิตามินบี 5): 6% ของ RDA
  • แมงกานีสและโพแทสเซียม: 3% ของ RDA
  • แมกนีเซียมและไนอาซิน (B3): 2% ของ RDA

แม้เรื่องนี้อาจดูไม่ใช่เรื่องสำคัญแต่คนส่วนใหญ่ก็ดื่มกาแฟมากกว่า 1 แก้วต่อวัน และถ้าหากคุณดื่มกาแฟวันละ 3-4 แก้ว อาจส่งผลดีต่อสุขภาพหลายด้าน

ส่วนสำคัญ : กาแฟประกอบด้วยสารอาหารที่สำคัญหลายอย่าง เช่น ไรโบฟลาวิน กรดแพนโทเธนิค แมงกานีสและโพแทสเซียม แมกนีเซียมและไนอาซิน

  1. กาแฟอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2

โรคเบาหวานประเภทที่ 2 เป็นปัญหาด้านสุขภาพที่ใหญ่โตซึ่งกำลังประสบปัญหาประมาณ 300 ล้านคนทั่วโลก โดยเป็นลักษณะของน้ำตาลในเลือดสูงในบริบทของความต้านทานต่ออินซูลินหรือไม่สามารถที่จะหลั่งอินซูลินได้ ด้วยเหตุผลบางประการและการดื่มกาแฟจึงมีความสำคัญอย่างมากเพื่อลดความเสี่ยง ในการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าคนที่ดื่มกาแฟมากที่สุดมีความเสี่ยงต่ำลง 23-50% ในการเป็นโรคนี้ และจากการศึกษาหนึ่งก็ยังแสดงให้เห็นถึงการลดลงสูงถึง 67% จากการสำรวจซึ่งได้ทำการศึกษาข้อมูลจาก 18 เคส มีจำนวนทั้งสิ้น 457,922 คน การดื่มกาแฟแต่ละถ้วยต่อวันมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงลดลง 7% ในการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2

ส่วนสำคัญ : จากการศึกษาเชิงสังเกตแสดงให้เห็นว่านักดื่มกาแฟมีความเสี่ยงที่จะได้รับโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ลดลงมาก ซึ่งถือเป็นโรคร้ายแรงในปัจจุบันที่มีผู้ป่วยประมาณ 300 ล้านคนทั่วโลก

  1. กาแฟอาจช่วยป้องกันคุณจากโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม

โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทและเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะสมองเสื่อม โดยโรคนี้มักจะมีผลต่อคนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ซึ่งน่าเสียดายที่ยังไม่มีการรักษาที่เป็นที่รู้จักสำหรับโรคอัลไซเมอร์ อย่างไรก็ตามมีหลายสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อป้องกันโรคที่เกิดขึ้น รวมถึงผู้ที่สนใจอย่างเรื่อง การกินเพื่อสุขภาพ และ การออกกำลังกาย ซึ่งการดื่มกาแฟอาจมีประสิทธิภาพอย่างไม่น่าเชื่อ จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่านักดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ลดลงถึง 65%

ส่วนสำคัญ : นักดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ต่ำมาก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะสมองเสื่อม

  1. คาเฟอีนอาจลดความเสี่ยงของโรคพาร์กินสัน

โรคพาร์คินสันเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางระบบประสาทที่พบมากเป็นอันดับสองรองจากอัลไซเมอร์ มันเกิดจากการตายของเซลล์ประสาทที่ทำให้เกิดโดปามีนในสมอง เช่นเดียวกับโรคอัลไซเมอร์ที่ไม่มีการรักษาเป็นที่รู้จัก จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการป้องกัน ในการศึกษาผู้ดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพาร์คินสันต่ำมากโดยลดความเสี่ยงลงได้ 32-60% ในกรณีนี้ดูเหมือนว่าคาเฟอีนจะเป็นตัวลดความเสี่ยงของโรคพาร์กินสัน สำหรับผู้ที่ดื่ม decaf ไม่ได้มีความเสี่ยงต่ำของโรคพาร์กินสัน

ส่วนสำคัญ : นักดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่ำกว่า 60% ในการเป็นโรคพาร์กินสันซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท

  1. ดื่มกาแฟช่วยรักษาสุขภาพตับ

ตับเป็นอวัยวะที่น่าอัศจรรย์ซึ่งทำหน้าที่สำคัญหลายร้อยอย่างในร่างกาย โรคที่พบโดยทั่วไปมีผลต่อตับรวมทั้งโรคตับอักเสบ โรคตับไขมันและอื่นๆ หลายโรคเหล่านี้สามารถนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่าโรคตับแข็งซึ่งในตับได้รับการแทนที่โดยเนื้อเยื่อแผลเป็น ซึ่งกาแฟอาจช่วยป้องกันโรคตับแข็ง คนที่ดื่มกาแฟ 4 แก้วหรือมากกว่าแก้วต่อวัน จะมีความเสี่ยงต่ำกว่า 80%

ส่วนสำคัญ : นักดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับแข็งต่ำมาก ที่อาจเกิดจากโรคต่างๆอันส่งผลต่อตับ

  1. กาแฟสามารถต่อสู้กับอาการซึมเศร้าและทำให้คุณมีความสุขมากขึ้น

อาการซึมเศร้าเป็นความผิดปกติทางจิตอย่างร้ายแรงที่ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง เป็นเรื่องที่ไม่ปกติ โดยประมาณ 1% ของคนในสหรัฐฯพบว่ามีลักษณะเป็นโรคซึมเศร้า จากการศึกษาที่ ฮาร์วาร์ด  ตีพิมพ์ในปี 2554 พบว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟวันละ 4 ถ้วยต่อวันมีความเสี่ยงลดลงร้อยละ 20 และผลจากการศึกษาของที่อื่น มีประชาชน 208,424 คน พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 4 แก้วหรือมากกว่าหนึ่งแก้ว มีโอกาสฆ่าตัวตายลดลง 53%

ส่วนสำคัญ : กาแฟจะลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าและอาจช่วยลดความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายได้อย่างมาก

  1. นักดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่ำในการเกิดมะเร็งบางชนิด

มะเร็งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของโลกและมีลักษณะการเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยกาแฟดูเหมือนจะป้องกันโรคมะเร็งได้ถึง 2 ชนิด คือ มะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งมะเร็งตับเป็นสาเหตุอันดับที่สามของการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ขณะที่มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นอันดับที่สี่ จากการศึกษาพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับต่ำกว่า 40% โดยจำนวน 489,706 คนพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟ 4-5 แก้วต่อวันมีความเสี่ยงลดลง 15% จากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

ส่วนสำคัญ : มะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสาเหตุอันดับที่ 3 และ 4 ของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั่วโลก โดยนักดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่ำกว่าคนทั่วไป

  1. กาแฟไม่ใช่สาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ และ อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดในสมอง

โดยมีการกล่าวว่าคาเฟอีนสามารถเพิ่มความดันโลหิต ซึ่งเป็นเรื่องจริง แต่เป็นผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (3-4 mm / Hg) และจะหายไปถ้าคุณดื่มกาแฟอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามผลดังกล่าวเกิดขึ้นกับเฉพาะบางคนเท่านั้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงควรระมัดระวัง จากกการศึกษาไม่มีการยืนยันว่ากาแฟเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ในความจริงแล้วมีข้อพิสูจน์ว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจลดลง และการศึกษายังแสดงให้เห็นว่านักดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองลดลง 20%

ส่วนสำคัญ : กาแฟอาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยซึ่งมักจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป การดื่มกาแฟไม่ได้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดในสมอง

  1. กาแฟอาจช่วยให้คุณมีชีวิตอยู่อีกต่อไปได้

เนื่องจากผู้ดื่มกาแฟมีโอกาสน้อยที่จะได้เป็นโรคต่างๆ จนทำให้รู้สึกว่า กาแฟช่วยให้คุณอยู่ได้นานขึ้น จากการศึกษาต่างๆแสดงให้เห็นว่าผู้ดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตลดลง โดยมีผลวิจัยว่า การดื่มกาแฟมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของผู้ชายลดลง 20% และความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของผู้หญิงลดลง 26% ในช่วง 18-24 ปี โดยที่เห็นผลชัดที่สุด คือ ผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ในการศึกษาผู้ป่วยรายหนึ่ง ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่ำกว่า 30% ของการเสียชีวิตในช่วงระยะเวลาการศึกษา 20 ปี

ส่วนสำคัญ : จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้ดื่มกาแฟมีชีวิตที่ยืนยาวและลดการเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

  1. กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระพบในอาหารตะวันตก

สำหรับคนที่รับประทานอาหารตะวันตก ในด้านของอาหารกาแฟอาจเป็นส่วนที่ดีต่อสุขภาพที่สุด นั่นเป็นเพราะกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก ในความจริงนั้นจากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้นจากกาแฟ มากกว่าผลไม้และผักรวมกัน กาแฟถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มีสุขภาพดีที่สุดในโลก ณ เวลานี้

ที่มา https://www.healthline.com/nutrition/top-13-evidence-based-health-benefits-of-coffee#section11

Please follow and like us:
error0
By Panbeans
MENU