Coffee Varieties

Blog

Coffee Varieties

ในอดีตเราคงคุ้นชินกับการดื่มกาแฟแบบกาแฟโบราณ ที่มีอาแปะขายตามรถเข็นหรือตามหน้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกาแฟดำอย่างโอเลี้ยง ยกล้อ หรือกาแฟใส่นม ณ ตอนนั้นผู้บริโภคก็คงนิยมดื่มเพียงเพื่อให้ตื่นตัวไม่ง่วง ณ ปัจจุบันกาแฟได้พัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก มีทั้ง Espresso Machine กาแฟแบบฟิลเตอร์ หรืออื่นๆอีกมากมาย และกาแฟกำลังเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และนิยมดื่มในทุกวัย ที่กล่าวมาข้างต้นหลายๆคนนั้นเคยดื่มตั้งแต่วัยเด็กจนถึง ณ ตอนนี้อาจจะยังไม่เคยทราบว่าก่อนว่ากาแฟที่เราเคยดื่มนั้นคือกาแฟอะไร สายพันธุ์อะไร วันนี้ Panbeans จึงขอนำข้อมูลของสายพันธุ์กาแฟต่างๆ มาให้ทุกคนได้รู้และเป็นข้อมูลให้ทุกท่านได้ทราบ

หลายๆคนมักสับสนกับคำว่า “สายพันธุ์” (Variety) และ “พันธุ์” (Varietal) ซึ่งคำว่าสายพันธุ์นั้นคือความหลากหลายของพันธุกรรมของกาแฟตระกูลหนึ่งเช่น Coffea Arabica หรืออาราบิก้า โดยความหลากหลายนี้อาจแยกออกมาในรูปแบบของโครงสร้างต้น ใบ หรือผลที่ต่างกันออกไป คำว่า “Cultivar” ก็เป็นอีกคำที่ใช้กันโดยเป็นคำที่ผสมมาจากคำว่า “Cultivated Variety” หรือสายพันธุ์ที่เพาะปลูก คำว่า “Varietal” หรือพันธุ์ควรใช้เมื่อต้องการพูดถึงกาแฟชนิดหนึ่งในสายพันธุ์ ยกตัวอย่างเช่นไร่กาแฟนี้ปลูกกาแฟพันธุ์เบอร์บอน

กาแฟมีมากมายหลากพันธุ์หลายชนิด แต่ที่ส่วนมากจะรู้จักกัน 4 พันธุ์ คือ

  1. กาแฟอราบิก้า(Arabica)
  2. กาแฟโรบัสต้า(Robusta)
  3. กาแฟเอ็กซ์เซลซ่า(Excelsa)
  4. กาแฟลิเบอริก้า(Liberica)

แต่กาแฟพันธุ์ ลิเบอริก้าและเอ็กซ์เซลซ่า ไม่นิยมปลูกเพื่อการค้าเนื่องจากรสชาติไม่ค่อยดีนัก ส่วนพันธุ์ที่นิยมปลูกเพื่อการค้าและมีขายกันโดยทั่วไปมีอยู่ 2 พันธุ์คือ อราบิก้า และโรบัสต้า

กาแฟอราบิก้า(Arabica)

เป็นสายพันธุ์ที่นิยมปลูกและบริโภคกันมากที่สุดในโลกมีปริมาณการผลิตถึง 80 เปอร์เซ็นต์ในตลาดกาแฟโลก แต่จะมีจำนวนเพียง 1ใน 8เท่านั้นที่เป็นกาแฟที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นที่นิยม กาแฟชนิดนี้ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณสารกาแฟชั้นดี มีกลิ่นและรสชาติดีที่สุด

เมล็ดกาแฟพันธุ์อราบิก้านี้จะมีรูปทรงค่อนข้างเรียวผอม รอยผ่าไส้กลางมีลักษณะคล้ายตัว S เมื่อผ่านกระบวนการผลิตแล้ว กาแฟพันธุ์นี้จะมีกลิ่นหอมหวานอบอวล ซับซ้อน คล้ายกลิ่นช๊อกโกแลตและดอกไม้ รสชาตินุ่มละมุน มีปริมาณคาเฟอีน ประมาณ 1.1-1.7 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณครึ่งหนึ่งของพันธุ์โรบัสต้าในสัดส่วนเท่ากัน อาทิเช่น

  • ทิปปิก้า (TYPICA)
    กาแฟนี้ถือเป็นสายพันธุ์ต้นทางที่สายพันธุ์กลายพันธุ์ออกไปหรือผสมข้ามสายพันธุ์ ชาวดัชเป็นคนกลุ่มแรกที่นำเอากาแฟไปปลูกทั่วโลกเพื่อการผลิตเชิงพาณิชย์และทิปปิก้าก็เป็นสายพันธุ์ที่พวกเขานำไปปลูก ผลกาแฟส่วนใหญ่จะมีสีแดงและมีศักยภาพด้านคุณภาพสูง แต่ก็มีข้อด้อยตรงที่ให้ผลผลิตน้อยเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ทิปปิก้าปลูกกันอย่างแพร่หลายในทุกมุมโลก ดังนั้นมันจึงมีชื่ออยู่หลายชื่อ เช่น Criollo , Sumatra และ Arabigo
  • เบอร์บอน (BOURBON)
    เบอร์บอนเป็นสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ตามธรรมชาติมาจากสายพันธุ์ทิปปิก้า โดยการกลายพันธุ์นี้อาจเกิดขึ้นที่เกาะรียูเนียน (Reunion) ซึ่งในสมัยนั้นยังเรียกว่าเกาะเบอร์บอนอยู่ ผลผลิตของสายพันธุ์นี้สูงกว่าทิปปิก้าและอุตสาหกรรมกาแฟชนิดพิเศษเชื่อว่ามันมีความหวานที่เป็นเอกลักษณ์ จึงทำให้มันเป็นสายพันธุ์ที่คนยกย่องและมองหาเบอร์บอนมีสีของผลหลากหลายสี ทั้งสีแดง เหลือง และส้ม ในอดีตมีการปลูกเบอร์บอนกันอย่างแพร่หลาย ทว่า ประเทศผู้ปลูกกาแฟหลายประเทศได้นำเอาสายพันธุ์อื่นที่ให้ผลผลิตดีกว่ามาปลูกแทน ซึ่งช่วงที่มีการเปลี่ยนสายพันธุ์ปลูกนั้น เป็นช่วงที่ตลาดยังไม่เติบโตและไม่สามารถทดแทนผลผลิตที่ต่ำด้วยราคาที่เป็นธรรมได้ ผู้ปลูกจึงหันไปปลูกกาแฟสายพันธุ์อื่นที่ให้ผลผลิตที่ดีกว่า
  • มุนดู นูวู (MUNDO NOVO)
    มุนดู นูวูเป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการผสมกันเองตามธรรมชาติระหว่างสายพันธุ์ทิปปิก้าและเบอร์บอน โดยสายพันธุ์นี้ตั้งชื่อตามเมืองในบราซิลที่มีการค้นพบสายพันธุ์ในยุคปี 1940s ลักษณะเด่นของมันคือให้ผลผลิตสูง ทนทานต่อโรค และปลูกได้ดีบนความสูงระดับ 1,000 – 1,200 เมตร ซึ่งเป็นความสูงทั่วไปในบราซิล
  • คาทูรา (CATURRA)
    คาทูราถูกค้นพบในบราซิลในปี 1937 โดยเกิดจากการกลายพันธุ์ของเบอร์บอน คาทูราให้ผลผลิตค่อนข้างสูงแต่มันอาจให้ผลผลิตที่มากเกิน จนตัวต้นกาแฟไม่สามารถรองรับปริมาณผลกาแฟได้จนทำให้เกิดอาการตายจากยอดหรือ ”Dieback” ได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้สามารถเลี่ยงได้ด้วยการจัดการไร่กาแฟที่ดี กาแฟสายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมอย่างมากที่โคลอมเบียและอเมริกากลาง แต่มันก็มีปลูกกันทั่วไปทั่วบราซิลด้วยเช่นกัน คาทูราให้กาแฟที่ค่อนข้างมีคุณภาพและคุณภาพของมันก็จะดีขึ้นตามความสูงของแหล่งปลูกและผลผลิตที่น้อยลงผลของคาทูรามีทั้งสีแดงและเหลือง และมันเป็นสายพันธุ์ที่มีต้นเตี้ยซึ่งมักถูกเรียกว่าต้นแคระหรือกึ่งแคระ (Dwarf or Semi-Dwarf) ซึ่งได้รับความนิยมมากเพราะง่ายต่อการเก็บด้วยมือ
  • คาทุย (CATUAI)
    คาทุยเป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการผสมกันระหว่างสายพันธุ์คาทูราและมุนดู นูวู สายพันธุ์คาทุยเกิดขึ้นในยุค 1950s ถึง 1960s โดยเป็นผลงานของสถาบัน Instituto Agronomico da Campinas ในบราซิล คาทุยมีลักษณะเด่นของมุนดู นูวูซึ่งมีผลผลิตสูงและแข็งแรง ซึ่งผลของคาทุยนั้นมีทั้งสีแดงและเหลืองเหมือนสายพันธุ์คาทูรา
  • มาราโกกิบ (MARAGOGYPE)
    มาราโกกิบเป็นสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์ทิปปิก้า โดยถูกค้นพบครั้งแรกที่บราซิล มาราโกกิบมีจุดเด่นที่เป็นที่ต้องการคือเมล็ดกาแฟที่ใหญ่กว่าเมล็ดกาแฟพันธุ์อื่น ต้นกาแฟสายพันธุ์นี้ยังมีใบที่ใหญ่กว่าปกติ แต่ทว่ามันให้ผลผลิตที่ต่ำ มาราโกกิบมักถูกเรียกอีกชื่อว่า “กาแฟช้าง” หรือ “เมล็ดช้าง” (Elephant or Elephant Bean) เพราะเมล็ดที่ใหญ่ของมัน ทั้งนี้ผลของมาราโกกิบนั้นมีสีแดงเมื่อสุก สายพันธ์นี้ถูกพัฒนาขึ้ในเคนย่าโดย Scott Labora-tories ในช่วงยุค 1930s โดยคัดสรรมาจากสายพันธุ์จากแทนซาเนียที่ทนต่อความแล้ง ผลกาแฟจะมีสีแดงเมื่อสุกและมีเมล็ดกาแฟที่ขนาดใหญ่กว่าปกติ สามารถให้ผลผลิตที่มีรสไม้อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมักจะมีรสคล้ายแบล็คเคอเรนท์ ค่อนข้างอ่อนไหวต่อโรคราสนิมและจะปลูกได้ดีกว่าในพื้นที่สูงสายพันธุ์นี้ถูกคัดมาจากสายพันธุ์เฟรนมิชชั่นเบอร์บอน ซึ่งเป็นสายพันธุ์จากเกาะเบอร์บอน (เกาะรียูเนียน) ที่ถูกนำไปปลูกที่แอฟริกา โดยปรากฏขึ้นที่แทนซาเนียเป็นครั้งแรกก่อนจะกระจายไปสู่เคนย่าในเวลาต่อมา สามารถให้ผลผลิตที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์แต่ปกติแล้วจะมีคุณสมบัติของกาแฟในแก้วที่ด้อยกว่าและอ่อนไหวต่อโรคราสนิม ทั้งนี้ จะให้ผลกาแฟสุกที่มีสีแดง
  • เกชาหรือเกอิชา (GESHA OR GEISHA)
    แม้จะยังมีการถกเถียงกันไม่จบว่าชื่อที่ถูกต้องของกาแฟสายพันธุ์นี้คืออะไร แต่ชื่อที่มักใช้กันเป็นประจำก็คือ “เกอิชา” เกชาเป็นชื่อของเมืองเมืองหนึ่งทางตะวันตกของเอธิโอเปีย และแม้ว่ากาแฟสายพันธุ์นี้จะถูกนำออกจากคอสตาริก้าเข้าไปปลูกที่ปานามา แต่เชื่อว่ากาแฟสายพันธุ์นี้แท้จริงแล้วมาจากเอธิโอเปีย เกอิชานับเป็นสายพันธุ์ที่สามารถให้ผลผลิตอันหอมหวน ซึ่งอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับเกอิชาก็ทำให้ราคาของมันพุ่งสูงขึ้นมากเมื่อกี่ปีที่ผ่านมา เกอิชาก้าวขึ้นมาเป็นกาแฟที่ได้รับความนิยมมากนับตั้งแต่ปี 2004 ตอนที่ไร่กาแฟ Hacienda La Esmeralda ในปานามาเข้าร่วมการแข่งขันด้วยเกอิชาของพวกเขา ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่คนไม่คุ้นเคย มันจึงสามาถทำราคาในการประมูลได้ถึง $21 ต่อปอนด์ ซึ่งสถิติราคานี้ถูกทำลายในปี 2006 และอีกครั้งในปี 2007 และพุ่งขึ้นถึง $130 ต่อปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งสูงกว่าราคากาแฟปกติเกือบ 100 เท่าและนี่ก็กระตุ้นให้ผู้ปลูกกาแฟในอเมริกากลางและอเมริกาใต้หันมาปลูกกาแฟสายพันธุ์นี้กัน
  • พาคาส (PACAS)
    พาคาสกลายพันธุ์ตามธรรมชาติจากสายพันธุ์เบอร์บอน โดยมันถูกค้นพบที่เอลซัลวาดอร์ในปี 1949 โดยครอบครัวพาคาส ต้นกาแฟพันธุ์นี้เป็นพุ่มเตี้ยง่ายแก่การเก็บเกี่ยวและมีผลสีแดง พาคาสให้ผลผลิตคุณภาพเทียบเท่าเบอร์บอนจึงทำให้มันเป็นที่ต้องการ
  • วิลลาซาชิ (VILLA SARCHI)
    สายพันธุ์นี้ตั้งชื่อตามเมืองในคอสตาริกาซึ่งเป็นที่ที่มันถูกค้นพบ โดยวิลลาซาชิกกลายพันธุ์ตามธรรมชาติมาจากสายพันธุ์เบอร์บอนและมีต้นเป็นพุ่มเตี้ยคล้ายสายพันธุ์พาคาส ปัจจุบันมีความพยายามในการผสมให้วิลลาซาชิให้ผลผลิตที่สูงขึ้น เพราะมันสามารถให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง ทั้งนี้ผลสุกของวิลลาซาชินั้นจะมีสีแดง
  • พาคามาร่า (PACAMARA)
    พาคามาร่าเป็นการผสมกันระหว่างพาคาส และมาราโกกิบ โดยผสมขึ้นที่เอลซัลวาดอร์ในปี 1958 ลักษณะคล้ายมาราโกกิบที่มีใบ ผลสุกสีแดง และเมล็ดขนาดใหญ่พาคามาร่ามีลักษณะรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถมีรสช็อคโกแลตและผลไม้ ทว่ามันอาจจะมีรสสมุนไพรและหัวหอมที่ไม่เป็นที่ต้องการด้วย
  • เคนท์ (KENT)
    ตั้งชื่อตามคนปลูกที่พัฒนามันขึ้นมาในอินเดียในช่วงยุค 1920s โดยเคนท์ถูกพัฒนาเพื่อสู้กับโรคราสนิม แต่โรคสายพันธุ์ใหม่ก็ยังสามารถทำลายกาแฟสายพันธุ์นี้ได้อยู่ดี
  • S759
    พัฒนาขึ้นที่อินเดียโดยเป็นลูกผสมระหว่างเคนท์กับ S288 ซึ่งเป็นสายพันธุ์เก่าที่ทนทานต่อโรคราสนิม S759 นิยมปลูกมากในอินเดียและอินโดนีเซีย แม้ว่าปัจจุบันมันจะเริ่มสูญเสียความสามารถในการต้านทานโรคราสนิมแล้วก็ตาม
  • สายพันธุ์อาราบิก้าป่า (WILD ARABICA VARIETIES)
    สายพันธุ์ที่กล่าวมาส่วนใหญ่แล้วมีพันธุกรรมที่คล้ายคลึงกันมาก เพราะพวกมันมีพื้นฐานมาจากสายพันธุ์เดียวกันก็คือ ทิปปิก้า อย่างไรก็ตาม ต้นกาแฟหลายต้นที่ปลูกในเอธิโอเปียนั้นไม่ได้มาจากกาแฟตระกูลนี้แต่เป็นตระกูลสายพันธุ์ท้องถิ่นที่อาจจะเกิดขึ้นจากการผสมกันระหว่างกาแฟตระกูลต่างๆและสายพันธุ์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความพยายามอย่างจริงจังเพื่อจัดทำบัญชีรายการตระกูลกา หรือค้นคว้าเกี่ยวกับความหลากหลายทางสายพันธุ์และคุณสมบัติของกาแฟในแก้วของกาแฟป่าเหล่านี้


กาแฟโรบัสต้า (Robusta)

ปลูกในพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มากนัก ส่วนใหญ่ปลูกในประเทศแถบร้อนชื้น มีรสชาติเข้มข้น หอมฉุนกว่ากาแฟพันธุ์อาราบิก้า มีสัดส่วน ของผลผลิตกาแฟทั่วโลกถึง 25% กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า เป็นสายพันธุ์ที่มีความทนทานต้านทานโรคสูง ปลูกง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่สูง การบำรุงรักษาทำได้ง่าย กาแฟสายพันธุ์นี้มีปริมาณของคาเฟอีนประมาณ 2% นิยมนำไปทำเป็นกาแฟผงหรือกาแฟสำเร็จรูป (Instant Coffee) รวมไปถึงการนำไปผสมกับสายพันธุ์อื่นเพื่อให้มีรสชาติ กลิ่น ที่แปลกไปจากเดิมหรือที่เรียกว่าเบลนด์กาแฟนั่นเอง

กาแฟโรบัสต้า มีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าธรรมชาติ แอฟริกา บริเวณเส้นศูนย์สูตรจากระดับความสูง 1,500 เมตร ชาวแอฟริกันในอูกานดาได้ปลูกกันเป็นจำนวนเล็กน้อยโดยใช้เมล็ดที่เก็บมาจากใน ป่า ก่อนนักสำรวจชาวยุโรปจะค้นพบต้นกาแฟนี้ถูกจำแนกและตั้งชื่อว่า Coffea canephora โดย Pierre ปี ค.ศ. 1897 และแพร่กระจายไปยังกรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม โดยได้ชื่อว่า C.robusta ในการค้า คงเรียกว่า กาแฟโรบัสต้า เพื่อให้แตกต่างจากกาแฟอราบิก้า หลังจากนั้นได้ถูกส่งเข้าไปในชวา และพบว่ามีการเจริญเติบโตแข็งแรงดี และมีความต้านทานโรคราสนิมได้อย่างดี ดังนั้น จึงปลูกกันอย่างกว้างขวาง และตั้งแต่ปี คศ.1900 การปลูกกาแฟโรบัสต้าก็ได้แพรหลายทั่วไปในเขตร้อนชื้น ซึ่งสามารถปลูกได้ผลสำเร็จดีในระดับความสูงต่ำกว่าบริเวณที่ไม่เหมาะสำหรับ กาแฟอราบิก้า- และโรคราสนิม เป็นปัญหาสำคัญปัจจุบันยังคงเป็นพันธุ์ที่สำคัญที่สุดพันธุ์หนึ่งของแอฟริกา และ เอเซีย แต่มีปลูกกันน้อยมาก ในแหล่งปลูกกาแฟที่กาแฟอราบิก้ายังคงปลูกได้ดี อาทิเช่น

  • Catimors
  • Lempira
  • Icafe 95
  • Catrenic
  • Tupi
  • Obata
  • Oro Azteca
  • Lapar 59

กาแฟเอ็กซ์เซลซ่า(Excelsa)

Excelsa เป็นอีกหนึ่งกาแฟยอดนิยม และมักเป็นที่สับสนกันระหว่าง กาแฟ Liberia และ Robusta เนื่องจากตัวเมล็ดกาแฟและรสชาติมีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็น Coffea Dewerti Excelsa นับเป็น 7% ของการผลิตกาแฟทั่วโลก Excelsa มีรสชาติที่โดดเด่นคล้ายผลไม้สุก โดยผงกาแฟ Excelsa ถูกนำมาใช้ผสมกับ Robusta และ Arabica ผง Excelsa ช่วยเพิ่มความน่าค้นหาและความโดดเด่นในการผสมผสานของกาแฟ  เมล็ดกาแฟ  Excelsa ปลูกได้ในระดับความสูงปานกลางและมีลักษณะเหมือน “หยดน้ำ” ซึ่งยอมรับว่าคล้ายกับ Liberica และเมื่อเร็วๆนี้ Excelsa ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นสายพันธุ์ Liberica ที่หลากหลาย


กาแฟลิเบอริก้า(Liberica)

กาแฟ Liberica เป็นสายพันธุ์กาแฟชนิดหนึ่งที่รู้จักในนาม  Liberica Coffee หรือ Liberian Coffee สายพันธุ์กาแฟชนิดนี้ได้รับการค้นพบครั้งแรกในไลบีเรียแอฟริกาตะวันตกในปี ค.ศ.1843 เมล็ดกาแฟได้ถูกนำเข้ามายังฟิลิปปินส์และปลูกใน Lipa โดยชาวสเปน ช่วงยุคอาณานิคมสเปนในปี ค.ศ. 1800 และถูกนำเข้ามาในอินโดนีเซียเมื่อปลาย ศตวรรษที่ 19 เพื่อแทนต้น Arabica ที่ถูกทำลายจากโรคราสนิมของกาแฟ

 ปัจจุบันต้นกาแฟ Liberica ส่วนใหญ่เติบโตขึ้นในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ในขณะที่บางรายเติบโตขึ้นในแอฟริกาตะวันตกและอินเดีย อย่างไรก็ตามมีเพียง 1% ของกาแฟ Liberica เท่านั้น ที่มีการซื้อขายในตลาดกาแฟทั่วโลก การปลูกกาแฟชนิดนี้มีอายุยาวนานและแข็งแรงมาก อุดมไปด้วยผลและเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของกาแฟสายพันธุ์ Arabica และ Robusta

Please follow and like us:
error0
By Panbeans
MENU