กาแฟ โคลอมเบีย (COLOMBIA COFFEE)

Blog

กาแฟ โคลอมเบีย (COLOMBIA COFFEE)

เป็นไปได้ที่ชาวคริสต์นิกายเยสุอิตจะนำกาแฟเข้ามาในโคลอมเบียในปี 1723 แต่แน่นอนว่ามันต้องมีเรื่องราวอื่นด้วย มันเริ่มกระจายตัวออกไปอย่างช้าๆ ไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศในฐานะพืชเศรษฐกิจ แต่การผลิตกาแฟไม่ได้มีความสำคัญจนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 19 และภายในปี 1912 กาแฟก็มีมูลค่าส่งออกกว่า 50% ของการส่งออกทั้งหมดของโคลอมเบีย

โคลอมเบียรู้ว่าการตลาดมีค่าแค่ไหนและเริ่มสร้างแบรนด์ของตัวเองค่อนข้างไว โดยการสร้างตัวละครชื่อ Juan Valdez เกษตรที่เป็นตัวแทนของกาแฟโคลอมเบียในปี 1958 อาจเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลยก็เป็นได้ โดย Juan Valdez กับลาของเขาเป็นสัญลักษณ์ของกาแฟ โคคลอมเบียที่สามารถพบได้บนถุงกาแฟและในโฆษณาที่แสดงโดยนักแสดงสามคนตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดย Juan Valdez กลายเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่กาแฟโคลอมเบีย ตัวละครนี้ต่อยอดความสำเร็จของวลีทางการตลาดที่ประสบความสำเร็จ เช่น ‘กาแฟจากขุนเขา’ (Mountain Grown Coffee) และการส่งเสริม ‘กาแฟโคลอมเบีย 100%’ ซึ่งทำให้โคลอมเบียสามารถสร้างความแตกต่างให้กับตัวเองได้ในสายตาของผู้บริโภคทั่วโลกการตลาดนี้เป็นผลงานของ Federacion Nacional de Cafeteros (FNC) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1927 และเป็นองค์กรในประเทศอื่นที่ทำงานทางด้านการส่งออกและการส่งเสริมกาแฟ แต่ก็ไม่มีองค์กรไหนที่จะใหญ่และซับซ้อนเท่า FNC โดยมันก่อตั้งเป็นองค์กรเอกชลไม่แสวงผลกำไรเพื่อปกป้องผู้ผลิตกาแฟและได้รับเงินทุนมาจากภาษีส่งออกกาแฟพิเศษ เนื่องจากโคลอมเบียเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ขององค์กร FNC จึงมีเงินทุนมากมายจนเติบโตเป็นองค์กรขนาดใหญ่และกลายเป็นองค์กรที่ใช้ระบบเจ้าขุนมูลนาย ซึ่งมันอาจเลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้ระบบนี้เพราะทางเทคนิคแล้วตอนนี้ FNC ถูกครอบครองและควบคุมโดยสมาชิกผู้ผลิตกาแฟที่มีกว่า 500,000 คน ในขณะที่ FNC มีบทบาทด้านการตลาดการผลิต และการเงิน แต่มันก็ยังมีบทบาทครอบคลุมไปถึงชุมชนกาแฟมีส่วนในการสร้างพื้นฐานทางสังคม และโครงสร้างพื้นฐานทั้งถนนชุมชน โรงเรียน และศูนย์สุขภาพ มันยังลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือจากกาแฟ เพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนาและคุณภาพชีวิตในภูมิภาคด้วย

FNC และคุณภาพ
มีความขัดแย้งการระหว่าง FNC กับอุตสาหกรรมกาแฟที่เน้นคุณภาพ เพราะผลประโยชน์ของเกษตรกรตามมุมมองของ FNC อาจไม่ได้นำไปสู่คุณภาพกาแฟที่ดีที่สุด โดย FNC มีแผนกวิจัยที่เรียกว่า Cenicafe ซึ่งจะเพาะพันธุ์กาแฟสายพันธุ์ต่างๆและอาจเชื่อว่าการส่งเสริมกาแฟสายพันธุ์อย่างคาสทิลโล (Castillo) นั้นดีกว่า ซึ่งนั่นเป็นการให้ความสำคัญกับผลผลิตมากกว่าคุณภาพกาแฟในแก้ว ข้อถกเถียงนั้นมีเหตุผลทั้งสองด้าน เพราะสภาพอากาศโลกที่กำลังเปลี่ยนไปนั้นส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของการผลิตกาแฟในโคลอมเบีย ซึ่งมันยากที่จะถียงว่าสายพันธุ์กาแฟที่รับประกันความเป็นอยู่ของผู้ผลิตนั้นไม่ดีแม้ว่ามันจะเสียคุณภาพกาแฟไปก็ตาม

» การสืบค้นย้อนกลับ (TRACEABILITY) «

FNC ได้คิดคำว่า ‘Sopremo ’และ ‘Excelso’ ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมกาแฟโคลอมเบีย คำเหล่านี้สื่อถึงขนาดของเมล็ดกาแฟเท่านั้นและไม่ได้มีความสัมพันธ์กับคุณภาพเลย โชคร้ายที่การจัดประเภทแบบนี้ทำให้การสืบค้นย้อนกลับไม่ชัดเจนเพราะกาแฟที่ขายอาจมาจากหลายๆไร่ และนำมาผสมรวมกันก่อนเข้าเครื่องคัดขนาด นี่เป็นกาแฟทั่วไปซึ่งชื่อของมันไม่ช่วยอะไรเลยหากคุณต้องการซื้อคุณภาพ วงการกาแฟชนิดพิเศษกำลังพยายามรักษาความสามารถในการสืบย้อนกลับ ดังนั้นหากคุณกำลังมองหากาแฟดีๆ ก็ให้หาเมล็ดกาแฟที่มาจากไร่ที่เจาะจงแทนที่จะดูที่ขนาดเมล็ด

 » โปรไฟล์รสชาติ «

กาแฟโคลัมเบียมีรสชาติเยอะมาก จากกาแฟที่หนักและมีรสช็อคโกแลตไปจนถึงกาแฟที่หวานและคล้ายผลไม้และแยม โดยรสชาติที่มีมากมายนั้นเกิดขึ้นในทุกภูมิภาคที่ผลิตของกาแฟ

 

» พื้นที่ปลูกกาแฟ «

ประชากร : 47,073,000 คน
จำนวนกระสอบขนาด 60 กก.
ในปี 2013 : 10,900,000 กระสอบ

โคลอมเบียมีพื้นที่ปลูกกาแฟที่กำกับไว้อย่างชัดเจน และปลูกกาแฟหลากหลายสายพันธุ์ไม่ว่าคุณจะอยากดื่มกาแฟที่กลมกล่อมและหนักหรือกาแฟเบาๆที่มีรสผลไม้ (หรือกาแฟที่อยู่กึ่งกลางระหว่างทั้งสอง) ก็เป็นไปได้ที่จะหากาแฟเหล่านั้นในโคลอมเบีย พื้นที่มักกำหนดโดยสภาพทางภูมิศาสตร์มากกว่าการเมือง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่กาแฟจากต่างพื้นที่จะมีลักษณะที่คล้ายกัน หากคุณชอบกาแฟจากพื้นที่หนึ่ง คุณก็อาจชอบกาแฟจากอีกหลายๆพื้นที่ในโคลอมเบีย ต้นกาแฟในโคลอมเบียให้ผลผลิตปีละสองครั้งคือ ผลผลิตหลัก และผลผลิตรองที่เรียกกันในโคลอมเบียว่า Mitaca

CAUCA
กาแฟที่ปลูกรอบๆ Inza และ Popayan มีชื่อที่สุดในพื้นที่นี้โดยที่ราบสูง Meseta da Popayan มีสภาพเหมาะสมในการปลูกกาแฟทั้งความสูงที่เหมาะสม ตำแหน่งที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรและภูเขาที่ล้อมรอบ ซึ่งปกป้องกาแฟจากความชื้นจากแปซิฟิกและลมค้า (trade winds) จากทิศใต้ นั่นทำให้พื้นที่นี้มีสภาพอากาศที่ไม่ค่อยเปลี่ยนตลอดปี และมันยังมีดินภูเขาไฟด้วย ที่ผ่านมาพื้นที่นี้มีหน้าฝนที่คาดเดาได้หนึ่งฤดูคือช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม

ความสูง : 1,700 – 2,100 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : มีนาคม –มิถุนายน (ผลผลิตหลัก)
พฤศจิกายน – ธันวาคม (ผลผลิต Mitaca)
สายพันธุ์ : 21% Typica, 64% Caturra, 15% Castillo

VALLE DEL CAUCA
หุบเขา Cauca เป็นหนึ่งในพื้นที่ในโคลอมเบียที่อุดมสมบรูณ์ที่สุดโดยมีแม่น้ำ Cauca ตัดผ่านเทือกเขาแอนดิส พื้นที่นี้เคยเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งในโคลอมเบียเช่นเดียวกับหลายๆพื้นที่ในโคลอมเบียไร่กาแฟส่วนใหญ่ของที่นี้เป็นไร่ขนาดเล็กและมีพื้นที่ปลูกกาแฟรวมกันประมาณ 473,750 ไร่ แบ่งกันระหว่าง 26,000 ไร่ และ 23,000 ครอบครัว

ความสูง : 1,450 – 2,000 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – ธันวาคม (ผลผลิตหลัก)
มีนาคม – มิถุนายน (ผลผลิต Mitaca)
สายพันธุ์ : 16% Typica, 62% Caturra, 22% Castillo

TOLIMA
Tolima เป็นหนึ่งในฐานสุดท้ายของกลุ่มกบฏ FARC ที่ควบคุมพื้นที่นี้จนกระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยพื้นที่นี้ได้รับผลกระทบจากการต่อสู้อันยาวนานและทำให้มันเข้าถึงยากกาแฟคุณภาพจากพื้นที่นี้มักมาจากเกษตรกรรายย่อย และกาแฟที่ได้มักเป็นล็อทขนาดเล็กมาจากสหกรณ์

ความสูง : 1,200 – 1,900 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : มีนาคม –มิถุนายน (ผลผลิตหลัก)
ตุลาคม – ธันวาคม (ผลผลิต Mitaca)
สายพันธุ์ : 9% Typica, 74% Caturra, 17% Castillo

HUILA
Huila มีทั้งดินที่อุดมสมบูรณ์และสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะแก่การปลูกกาแฟ และเป็นกาแฟที่มีความซับซ้อนและมีรสผลไม้มากที่สุดในกาแฟโคลอมเบียที่ผมเคยชิมพื้นที่นี้มีผู้ปลูกกาแฟมากกว่า 70,000 รายและมีพื้นที่ไร่มากกว่า 100,000 ไร่

ความสูง : 1,250 – 2,000 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – ธันวาคม
(ผลผลิตหลัก) April – May
มีนาคม – มิถุนายน
(ผลผลิต Mitaca)
สายพันธุ์ : 11% Typica, 75% Caturra, 14% Castillo

QUINDIO
Quindio เป็นพื้นที่ขนาดเล็กทางตอนกลางของประเทศ ห่างจากเมือง Bogota ไปทางตะวันตกเล็กน้อย ด้วยอัตราการว่างงานที่สูง กาแฟจึงเป็นเศรษฐกิจสำคัญของที่นี่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกาแฟมีความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และโรคระบาดที่เกิดบ่อยขึ้น เกษตรกรหลายรายจึงหันไปปลูกผลไม้ตระกูลส้มและแมคคาเดเมียแทน
Quindio เป็นบ้านของสวนสนุก National Coffee Park ที่นำเรื่องราวของกาแฟมาถ่ายทอดในรูปแบบสวนสนุก และทุกๆ ปลายเดือนมิถุนายนเขต Calarca จะจัดเทศกาล National Coffee Park มาตั้งแต่ปี 1960 ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองทุกอย่างเกี่ยวกับกาแฟ และมีการจัดการประกาดนางงามกาแฟด้วย

ความสูง : 1,400 – 2,000 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – ธันวาคม (ผลผลิตหลัก crop )
เมษายน – พฤษภาคม (ผลผลิต Mitaca)
สายพันธุ์ : 14% Typica, 54% Caturra, 32% Castillo

RISARALDA
นี่เป็นอีกพื้นที่ที่มีการผลิตกาแฟที่มั่นคงและเกษตรกรจำนวนมากเป็นสมาชิกสหกรณ์นั่นทำให้มันได้รับความสนใจจากองค์กรด้านจริยธรรม กาแฟมีบทบาทสำคัญกับสังคมและเศรษฐกิจของที่นี่ โดยมันสร้างงานและจ้างงานจำนวนมาก แม้ว่าจะมีประชากรจำนวนมากอพยพมาที่นี่ในช่วงยุค 1920s เพื่อปลูกกาแฟแต่เศรษฐกิจที่ซบเซาในช่วงก่อนเปลี่ยนศตวรรษก็ทำให้ประชากรจำนวนมากย้ายกลับบ้านเกิด เมืองเอกของพื้นที่นี้ยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมระหว่าง Caldas และ Quindio และเครือข่ายถนนหลวงที่เชื่อมต่อระหว่างรัฐที่เรียกว่า Autopista del café (ถนนหลวงสายกาแฟ)

ความสูง : 1,300 – 1,650 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – ธันวาคม (ผลผลิตหลัก)
เมษายน – พฤษภาคม (ผลผลิต Mitaca)
สายพันธุ์ : 6% Typica, 59% Caturra, 35% Castillo

NARINO
พื้นที่นี้สามารถปลูกต้นกาแฟที่สูงที่สุดในประเทศ และพวกมันมีศักยภาพที่น่าทึ่งมันค่อนข้างยากที่จะปลูกกาแฟบนความสูงระดับนี้ เพราะต้นกาแฟอาจได้รับผลกระทบจากอาการยอดแห้ง อย่างไรก็ตามพื้นที่นี้อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรพอที่จะมีสภาพอากาศเหมาะสมสำหรับการปลูกกาแฟ ผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่นี้มีประมาณ 40,000 ราย และส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยที่มีไร่กาแฟขนาดเล็กกว่า 12.5 ไร่ ซึ่งหลายคนรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนและสถาบันเพื่อช่วยเหลือกันและกันและติดต่อกับ FNC จริงๆ แล้วไร่กาแฟที่นี่มีขนาดเฉลี่ยน้อยกว่า 6.25 ไร่ และมีผู้ผลิตเพียง 37 ราย ที่มีไร่กาแฟใหญ่กว่า 31.25 ไร่

ความสูง : 1,500 – 2,300 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : เมษายน – มิถุนายน
สายพันธุ์ : 54% Typica, 29% Caturra, 17% Castillo

CALDAS
รัฐ Caldas เป็นส่วนหนึ่งของแนวพื้นที่ปลูกกาแฟในโคลอมเบียหรือสามเหลี่ยมกาแฟเช่นเดียวกับรัฐ Quindio และ Riseralda โดยทั้งสามรัฐสามารถผลิตกาแฟจำนวนมากเมื่อเทียบกับผลผลิตกาแฟทั้งหมดของประเทศ ในสมัยก่อนพื้นที่นี้ปลูกกาแฟที่ดีที่สุดของประเทศโคลอมเบียแต่มันถูกพื้นที่อื่นแซงขึ้นไปแล้ว พื้นที่นี้เป็นบ้านของ Ceni – café ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยกาแฟแห่งชาติของ FNC และเป็นหนึ่งในสถาบันชั้นนำในด้านการผลิตกาแฟ ที่นี่เองที่เป็นจุดคิดค้นสายพันธุ์กาแฟหลายสายพันธุ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของโคลอมเบีย (เช่น สายพันธุ์โคลอมเบีย และคาสทิลโล ที่ทนทานต่อโรค)

ความสูง : 1,300 – 1,800 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – ธันวาคม (ผลผลิตหลัก)
เมษายน – พฤษภาคม (ผลผลิต Mitaca)
สายพันธุ์ : 8% Typica, 57% Caturra, 35% Castillo

ANTIOQUIA
พื้นที่นี้เป็นจุดกำเนิดกาแฟในโคลอมเบียและ FNC นี่เป็นพื้นที่ปลูกกาแฟหลักและมีพื้นที่ปลูกประมาณ 800,000 ไร่ ซึ่งมากกว่าพื้นที่อื่นในประเทศ กาแฟของที่นี่ผลิตโดยทั้งไร่ขนาดใหญ่และสหกรณ์ของเกษตรกรรายย่อย

ความสูง : 1,300 – 2,200 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – ธันวาคม (ผลผลิตหลัก)
เมษายน – พฤษภาคม (ผลผลิต Mitaca)
สายพันธุ์ : 6% Typica, 59% Caturra, 35% Castillo

CUNDINAMARCA
พื้นที่นี้ครอบคลุมเมืองหลวง Bogota ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่สูงที่สุดในโลกด้วยระดับความสูงกว่า 2,625 ม. (8,612 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล และสูงเกินระดับที่กาแฟจะเติบโตได้ดี นี่เป็นพื้นที่ที่สองในประเทศที่เริ่มปลูกกาแฟเพื่อการส่งออกและมีผลผลิตสูงสุดในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ในช่วงนั้นมันมีผลผลิตประมาณ 10% ของผลผลิตกาแฟในประเทศแต่ตัวเลขนี้ก็ตกลงมาเรื่อยๆนับจากนั้น ในสมัยก่อนพื้นที่นี้มีไร่กาแฟขนาดใหญ่ซึ่งบางไร่ก็มีต้นกาแฟมากกว่าหนึ่งล้านต้น

ความสูง : 1,400 – 1,800 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : มีนาคม – มิถุนายน (ผลผลิตหลัก)
ตุลาคม – ธันวาคม (ผลผลิต Mitaca)
สายพันธุ์ : 35% Typica, 34% Caturra, 31% Castillo

SANTANDER
นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่แรกๆ ในประเทศที่ปลูกกาแฟเพื่อการส่งออก โดยมันมีระดับความสูงต่ำกว่าพื้นที่อื่นและสามารถรับรู้ได้จากกาแฟที่มีความกลมกล่อมและความหวานแทนที่จะมีฉ่ำและซับซ้อน กาแฟจำนวนมากจากพื้นที่นี้ได้รับใบรับรอง Rainforest Alliance และความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญกับพื้นที่นี้มาก

ความสูง : 1,200 – 1,700 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – ธันวาคม
สายพันธุ์ : 15% Typica, 32% Caturra, 53% Castillo

NORTH SANTANDER
พื้นที่นี้อยู่ทางตอนเหนือติดกับเวเนซูเอลา และเป็นพื้นที่ที่ให้ผลผลิตกาแฟก่อนพื้นที่อื่น และอาจเป็นพื้นที่แรกที่ปลูกกาแฟในโคลอมเบียด้วยก็ได้

ความสูง : 1,300 – 1,800 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – ธันวาคม
สายพันธุ์ : 33% Typica, 34% Caturra, 33% Castillo

SIERRA NEVADA
นี่เป็นอีกพื้นที่ที่มีระดับความสูงต่ำและกาแฟจากที่นี่มักมีความหนักและกลมกล่อมมากกว่าความสดชื่น กาแฟจะถูกปลูกบนเนินเขาชันของภูเขาแอนดีส (อาจมีความชันระหว่าง 50 – 80 องศา) ซึ่งเป็นความท้าท้ายของเกษตรกร ชื่อของพืชที่นี้เป็นที่ใช้บ่อยในประเทศที่พูดภาษาสเปน และหมายถึงภูเขาที่มีหิมะปกคลุม

ความสูง : 900 – 1,600 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – ธันวาคม
สายพันธุ์ : 6% Typica, 58% Caturra, 36% Castillo

ที่มา : หนังสือ THE WORLD ATLAS OF COFEE BY JAMES HOFFMANN

Please follow and like us:
error0
By Panbeans
MENU