กาแฟ เอลซัลวาดอร์ (EL SALVADOR COFFEE)

Blog

กาแฟ เอลซัลวาดอร์ (EL SALVADOR COFFEE)

เอลซัลวาดอร์เริ่มปลูกกาแฟเป็นการค้าในช่วงยุค 1850s มันกลายเป็นพืชที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งก็เพราะการเว้นภาษีสำหรับผู้ผลิตกาแฟด้วย อุตสาหกรรมผลิตกาแฟกลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจและเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศ ซึ่งเอลซัลวาดอร์กลายเป็นผู้ผลิตกาแฟอันดับที่ 4 ของโลกภายในปี 1880 และผลิตกาแฟมากกว่าที่มันผลิตได้ในปัจจุบันถึงสองเท่า

การเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่เอลซัลวาดอร์กำลังพยายามหาพืชเกษตรตัวอื่นมาแทนที่ต้นคราม หลังจากสีย้อมเคมีถูกคิดค้นขึ้นช่วงกลางศตวรรษที่ 19 พื้นที่ปลูกครามส่วนใหญ่นั้นเป็นของคนชั้นสูงกลุ่มหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ ‘Fourteen Families’ ทว่ากาแฟนั้นต้องการภูมิประเทศที่ต่างออกไป ดังนั้นครอบครัวเหล่านี้จึงใช้อิทธิพลกับรัฐบาลเพื่อผ่านกฎหมายเพื่อผลักดันคนจนออกจากที่ดินของพวกเขา และเปลี่ยนที่ดินเหล่านี้เป็นไร่กาแฟ คนพื้นเมืองที่ถูกไล่ที่มักได้รับค่าชดเชยน้อยมากถึงไม่ได้รับเลย หรือบางทีก็ได้ข้อเสนอให้ทำงานที่ไร่กาแฟตามฤดูกาลแทน

ภายในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เอลซัลวาดอร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ก้าวหน้าที่สุดในอเมริกากลางด้วยการลงทุนสร้างทางหลวงเป็นแห่งแรกของภูมิภาค และเป็นการลงทุนในท่าเรือ ทางรถไฟ และอาคารสาธารณะอันหรูหรา โดยมีกาแฟเป็นฐานเงินทุนโครงสร้างพื้นฐาน และนำเอาชุมชนคนพื้นเมืองรวมเข้ามาอยู่ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่มันก็ยังเป็นเครื่องมือให้คนชั้นสูงควบคุมทั้งเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศด้วย

กลุ่ม Fourteen Families ใช้อำนาจของพวกเขาผ่านการสนับสนุนการปกครองโดยทหารตั้งแต่ช่วงยุค 1930s ซึ่งนี่เป็นช่วงที่ทุกอย่างค่อนข้างมั่นคง การเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟในทศวรรษถัดไปช่วยให้เกิดพัฒนาอุตสาหกรรมฝ้ายและอุตสาหกรรมการผลิตเบา ก่อนสงครามในประเทศจะระเบิดขึ้นในช่วงยุค 1980s อุตสาหกรรมการผลิตกาแฟเอลซัลวาดอร์มีชื่อเสียงด้านคุณภาพและประสิทธิภาพและมีสัมพันธ์อันแข็งแกร่งกับประเทศผู้นำเข้า อย่างไรก็ตาม สงครามกลางเมืองก็ทำให้การผลิตดิ่งเหว และตลาดก็มองหากาแฟจากที่อื่นอื่น

» สายพันธุ์ดั้งเดิม «

แม้ว่าสงครามจะทำให้การผลิตและการส่งออกตกต่ำแต่มันก็มีประโยชน์ที่เราคาดไม่ถึง ในช่วงนั้นประเทศในอเมริกากลางต่างพากันเปลี่ยนจากสายพันธุ์ดั้งเดิม ไปเป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นใหม่และให้ผลผลิตมากกว่า คุณภาพกาแฟในแก้วของสายพันธุ์ใหม่เหล่านี้เทียบได้ไม่เท่ากับสายพันธุ์ดั้งเดิม แต่ปริมาณผลผลิตก็เป็นสิ่งที่พวกเขาเลือกเหนือคุณภาพ อย่างไรก็ตาม เอลซัลวาดอร์ไม่เคยผ่านช่วงนี้มาก่อน และมันก็มีกาแฟสายพันธุ์เบอร์บอนพื้นเมืองในอัตราส่วนที่สูงกว่าปกติคือกว่า 68% เมื่อรวมกับดินภูเขาไฟที่ระบายน้ำได้ดีและมีแร่ธาตุอุดมสมบรูณ์ เอลซัลวาดอร์จึงมีศักยภาพในการผลิตกาแฟที่หวานอย่างน่าทึ่ง นี่เป็นจุดที่เอลซัลวาดอร์เน้นใช้ในการตลาด และมันก็พยายามอย่างหนักเพื่อกลับมายืนในหมู่ประเทศผู้ผลิตกาแฟ

 » ประเภทระดับความสูง «

ในบางครั้งเอลซัลวาดอร์ก็ยังคงจัดประเภทกาแฟ โดยดูจากระดับความสูงของพื้นที่ปลูก การจัดประเภทนี้ไม่ได้สื่อถึงทั้งคุณภาพและความสามารถในการสืบค้นย้อนกลับ โดยประเภทความสูงแบ่งเป็น

  • Stictly High Grown (SHG) : ปลูกเหนือระดับ 1,200 เมตร
  • High Grown (HG) : ปลูกเหนือระดับ 900 เมตร
  • Central Standard : ปลูกเหนือระดับ 600 เมตร

» การสืบค้นย้อนกลับ (TRACEABILITY) «

โครงสร้างที่วางไว้ทำให้มันง่ายที่จะรักษาความสามารถในการสืบค้นย้อนกลับไปได้ถึงไร่ปลูกกาแฟที่มีคุณภาพ และหลายๆไร่ ก็สามารถผลิตกาแฟล็อทเล็กที่มีความหลากหลายวิธีแปรรูปและสายพันธุ์ด้วย

 » โปรไฟล์รสชาติ «

กาแฟสายพันธุ์เบอร์บอนจากเอลซัลวาดอร์ มีชื่อเรื่องความหวานและสมดุล และมีความเปรี้ยวเล็กน้อยเพื่อสร้างความสมดุลในแก้ว

» พื้นที่ปลูกกาแฟ «

ประชากร : 6,134,000 คน
จำนวนกระสอบขนาด 60 กก.
ในปี 2013 : 844,000 กระสอบ

นักคั่วกาแฟส่วนใหญ่จะไม่ใช้ชื่อแหล่งปลูกเพื่ออธิบายกาแฟขแงพวกเขา เพราะแม้ว่ามันจะมีแหล่งปลูกที่มีเอกลักษณ์ต่างกัน แต่เอลซัลวาดอร์ก็เล็กจนมันสามารถจัดเป็นแหล่งปลูกเดียวที่มีพื้นที่ปลูกย่อยอีกที

APANECA-ILAMATEPEC MOUNTAIN RANGE
เทือกเขานี้มีชื่อด้านคุณภาพอันยอดเยี่ยมและผลิตกาแฟที่ชนะการแข่งขันมาแล้วหลายตัว แม้ว่ามันจะยังมีภูเขาไฟที่คุกกรุ่นอยู่ก็ตาม ภูเขาไฟ Santa Ana ระเบิดครั้งล่าสุดในปี 2005 และส่งผลกระทบต่อต้นกาแฟนาน 1-2 ปี นี่เป็นพื้นที่ผลิตกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และอาจจะเป็นพื้นที่แรกที่มีการเพาะปลูกกาแฟในเอลซัลวาดอร์

ความสูง : 500 – 2,300 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ตุลาคม – มีนาคม
สายพันธุ์ : 64% Bourbon, 26%Pacas, 10% อื่นๆ

ALOTEPEC-METAPAN MOUNTAIN RANGE
เทือกเขาที่มีฝนตกค่อนข้างชุกที่สุดในเอลซัลวาดอร์ ซึ่งมีฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 1/3 มีชายแดนติดกับกัวเตมาลา และฮอนดูรัส แต่กาแฟของมันก็ยังคงมีเอกลักษณ์ แม้ว่าจะอยู่ใกล้ประเทศเหล่านี้ก็ตาม

ความสูง : 1,000 – 2,000 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ตุลาคม – มีนาคม
สายพันธุ์ : 30% Bourbon, 50% Pacas, 15% Pacamara, 5% อื่นๆ

EL BALSOMO-QUEZALTEPEC MOUNTAIN RANGE
ไร่กาแฟบางไร่บนเทือกเขานี้สามารถมองเห็นเมืองหลวง San Salvador ได้จากบนภูเขาไฟ Quetzaltepec โดยพื้นที่นี้เป็นบ้านของอารยธรรมก่อน Hispanic Quetzalcotitan ที่บูชา

ความสูง : 500 – 1,950 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ตุลาคม – มีนาคม
สายพันธุ์ : 52% Bourbon, 22% Pacas, 26% อื่นๆ

CHICHONTEPEC VOLCANO
กาแฟมาถึงพื้นที่ทางตอนกลางของประเทศนี้ค่อนข้างช้าและมีผลผลิตเกือบ 50 กระสอบในปี 1880 อย่างไรก็ตามดินภูเขาไฟของที่นี่อุดมสมบูรณ์มากและปัจจุบันก็มีไร่กาแฟมากมายที่นี่ วิธีปลูกดั้งเดิมที่ปลูกกาแฟสลับกับส้มเพื่อให้ร่มเงายังคงมีให้เห็นทั่วไป ซึ่งบางคนก็เชื่อว่านี่ทำให้กาแฟมีคุณลักษณะของส้ม แม้ว่าหลายคนจะเชื่อว่าคุณลักษณะนี้เป็นลักษณะของสายพันธุ์เบอร์บอนที่ปลูกที่นี่

ความสูง : 500 – 1,000 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ตุลาคม – กุมภาพันธุ์
สายพันธุ์ : 71% Bourbon, 8% Pacas, 21% สายพันธุ์ผสม

TEPECA-CHINAMECA MOUNTAIN RANGE
พื้นที่ผลิตกาแฟอันดับสามของประเทศ โดยกาแฟที่นี่จะเสริฟกับทอร์ทิลย่า (Tortillas) ที่เรียกว่า Tustacas ที่ปรุงรสด้วยเกลือน้ำตาลหรือน้ำตาลอ้อย

ความสูง : 500 – 2,150 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ตุลาคม – มีนาคม
สายพันธุ์ : 70% Bourbon, 22% Pacas, 8% สายพันธุ์ผสมและสายพันธ์ุอื่นๆ

CACAHUATIQUE MOUNTAIN RANGE
พลเอก Gerardo Barrios เป็นประธานาธิบดี เอลซาวาดอร์คนแรก ที่เห็นศักยภาพมูลค่าทางเศรษฐกิจของกาแฟและเล่ากันว่าเขาก็เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการปลูกกาแฟ ในที่ดินของเขาในพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับ Villa De Cacahuatique ที่ปัจจุบันเรียกว่า Ciudad Barrios เทือกเขานี้มีชื่อเสียงด้านดินเหนียวที่มีอยู่มากและใช้เพื่อผลิตภาชนะ จานชาม และของตกแต่งบ้าน เกษตรกรที่นี่มักต้องขุดดินเหนียวออกเป็นหลุมกว้างแล้วใส่ดินที่อุดมสมบูรณ์ลงไปเพื่อปลูกต้นอ่อนกาแฟ

ความสูง : 500 – 1,650 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ตุลาคม – มีนาคม
สายพันธุ์ : 65% Bourbon, 20% Pacas, 15% สายพันธุ์ผสมและสายพันธ์ุอื่นๆ

ที่มา : หนังสือ THE WORLD ATLAS OF COFEE BY JAMES HOFFMANN

Please follow and like us:
error0
By Panbeans
MENU