กาแฟ เอธิโอเปีย (Ethiopia Coffee)

Blog

กาแฟ เอธิโอเปีย (Ethiopia Coffee)

จากประเทศผู้ผลิตกาแฟทั้งหมด เอธิโอเปียอาจเป็นประเทศที่โดดเด่นที่สุด เสน่ห์ของมันไม่ได้มาจากกาแฟที่น่าทึ่งเท่านั้น แต่ยังมาจากตำนานเกี่ยวกับกาแฟที่เล่าขานต่อกันมาด้วย และกาแฟของเอธิโอเปียที่มีความหอมหวานโดดเด่นของดอกไม้และผลไม้ก็ช่วยเปิดตาให้คนในวงการกาแฟหลายคนได้เห็นถึงความหลากหลายของรสชาติกาแฟ

แม้จะพูดไม่ได้เต็มปาก 100% แต่ก็เป็นที่รู้กันทั่วโลกว่าเอธิโอเปียเป็นแหล่งกำเนิดกาแฟ เป็นไปได้มากว่าต้น Coffea Arabica นั้นเกิดขึ้นครั้งแรกที่ซูดานใต้ แต่มันเพิ่งเฟื่องฟูเมื่อมันขยายตัวมาถึงเอธิโอเปีย ที่นี่เป็นที่แห่งแรกที่คนลองบริโภคกาแฟ แต่มันเป็นการบริโภคกาแฟในรูปแบบผลไม้แทนที่จะเป็นเครื่องดื่ม เยเมนเป็นประเทศแรกที่เริ่มการเพาะปลูกกาแฟ แต่กว่าที่จะถึงจุดนั้นคนเอธิโอเปียก็เก็บเกี่ยวกาแฟจากป่า เพื่อการบริโภคมานานแล้ว

มีความเป็นไปได้ว่า กาแฟถูกส่งออกจากเอธิโอเปียเป็นครั้งแรกในยุค 1600 ซึ่งเป็นสมัยที่เริ่มมีร้านกาแฟเกิดขึ้นในเยนเมนและตะวันออกกลาง ในสมัยนั้นพ่อค้าจากยุโรปมักถูกปฏิเสธไม่ให้ซื้อกาแฟ แต่การปฏิเสธการค้าก็เริ่มลดน้อยลงเมื่อเริ่มมีการปลูกกาแฟอย่างจริงจังในเยเมน เกาะชวา และทวีปอเมริกา อย่างไรก็ตาม ผลผลิตกาแฟจากเอธิโอเปียในช่วงนั้นยังคงเป็นผลผลิตจากกาแฟป่าที่เจริญเติบโตในแถบพื้นที่เมือง Kaffa แลพ Buno มากกว่าที่จะเป็นกาแฟจากไร่

ความสนใจเริ่มกลับสู่เอธิโอเปียในช่วงยุค 1800 เมื่อมีการจดบันทึกว่ามีการส่งออกกาแฟปริมาณ 10 ตัน จาก Enerea ซึ่งเป็นพิ้นที่ของประเทศเอธิโอเปียในแผนที่ปัจจุบัน ในศตวรรษที่ 19 กาแฟเอธิโอเปีย ถูกแบ่งออกเป็นสองเกรดหลักๆคือ กาแฟ Harari(เพาะปลูกรอบๆเมือง Harrar) และกาแฟ Abyssinia (กาแฟที่เก็บเกี่ยวจากป่าทั่วประเทศ) ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้กาแฟจากเมือง Harrar ได้ชื่อว่ามีคุณภาพ และเป็นที่ต้องการ (แม้บางครั้งมันจะไม่ได้มีคุณภาพก็ตาม)

ยุค 1950 เป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมกาแฟเอธิโอเปียเริ่มมีโครงสร้างและมีการนำเสนอระบบคัดเกรดแบบใหม่และคณะกรรมการกาแฟแห่งเอธิโอเปีย (National Coffee Boradrd of Ethiopia) ก็ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1957 อย่างไรก็ตามการโค่นล้มของจักรรพรรคิเฮี เซลาสซี (Emperor Haile Selassie) ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกในยุค 1970 โดยมันไม่ใช่การปฏิวัติโดยชนชั้นล่าง แต่มันเป็นการปฏิวัติโดยชนชั้นสูงที่เบื่อความยากไร้และความขัดแย้งในประเทศ อำนาจทั้งหมดตกไปอยู่ในมือกองทัพ ซึ่งมีแนวคิดแบบสังคมนิยม

ก่อนจะถึงจุดนี้เอธิโอเปียใช้ระบบที่ใกล้เคียงกับระบบศักดินามาตลอด การปกครองใหม่นี้ทำให้เกิดการจัดสรรที่ดินใหม่ ซึ่งรัฐบาลได้ทำอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ บางคนคิดว่านี่เป็นประโยชน์กับประชาชนมาก เพราะมันช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่คนยากจนในชนบทได้มากถึง 50% เลยทีเดียว ทว่ากฎแบบมาร์กซิสต์ (Marxist) ที่เข้มงวดงั้น ห้ามไม่ให้คนถือครองที่ดิน และห้ามไม่ให้มีการจ้างแรงงาน ซึ่งนี่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกาแฟเป็นอย่างมาก การทำไร่กาแฟขนาดใหญ่ถูกปล่อยทิ้งและเอธิโอเปียก็กลับไปสู่การเก็บเกี่ยวกาแฟจากป่า และในช่วงยุค 1980 ก็เกิดภาวะยากแค้นตลอดทศวรรษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชากร 8 ล้านคน และมีคนตายกว่า 1 ล้านคน

» ก้าวเดินไปสู่ประชาธิปไตย «

ในปี 1991 คณะปฏิวัติ Ethiopian Peoples’ Revolutionary Democratic Front โค่นล้มรัฐบาลเผด็จการทหารและก้าวไปสู่ความเสรีและประชาธิปไตย ตลาดโลกเปิดต้อนรับเอธิโอเปีย แต่การค้าเสรีนั้นก็มาพร้อมกับราคาอันผันผวน ซึ่งผู้ปลูกกาแฟในเอธิโอเปียต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงที่ไม่สามารถควบคุมได้ สภาวะนี้ก่อให้เกิดการรวมตัวกันเป็นสหกรณ์ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนสมาชิกในด้านต่างๆ เช่น เงินทุน ข้อมูลตลาด และการขนส่ง

» ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการซื้อขายกาแฟเอธิโอเปีย ที่ทำให้ผู้ซื้อกาแฟชนิดพิเศษคือการตั้ง ETHIOPIAN «

Commodity Exchange (ECX) ในปี 2008 โดย ECX นั้น มีเป้าหมายในการตั้งระบบการซื้อขายที่มีประสิทธิภาพสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ที่จะช่วยปกป้องทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย อย่างไรก็ตาย ระบบนี้ทำให้คนที่ต้องการซื้อสินค้าที่มีเอกลักษณ์ และสามารถสืบย้อนที่มาได้ไม่ต้องลำบาก กาแฟจะถูกลำเลียงไปยังโกดังของ ECX ซึ่งพวกมันจะได้รับหมายเลขที่บ่งบอกถึงพื้นที่ปลูก สำหรับกาแฟ Washed-Process (ตัวเลข 1-10) กาแฟ Natural-Process (ตัวเลข 11) จากนั้นวกมันก็จะถูกจัดเกรดตามคุณภาพ โดยจะได้รับตัวเลขตามเกรด 1-9 หรือ UG สำหรับกาแฟที่ไม่ได้คัดเกรด ขั้นตอนนี้จะทำให้กาแฟสูญเสียความสามารถในการสืบค้นย้อนกลับที่แม่นยำก่อนการประมูล แต่ข้อดีก็คือกาแฟผู้ปลูกจะได้รับเงินไวกว่าเดิม ระบบนี้ยังจำกัดด้วยคำว่ากาแฟตัวไหนส่งออกได้และช่วยเพิ่มความโปร่งใสด้านการเงิน ปัจจุบันมีการเปิดโอกาสให้ซื้อขายนอกระบบ ECX มากขึ่นและทำให้มีกาแฟคุณภาพสูงที่สามารถสืบย้อนหาแหล่งปลูกได้มากถึงผู้บริโภคในต่างประเทศมากขึ้น

» การสืบค้นย้อนกลับ (TRACEABILITY) «

มันเป็นไปได้ที่จะหากาแฟเอธิโอเปียไร่เดียว แม้ว่าจะหายากก็ตาม การสืบค้นย้อนกลับมักย้อนไปได้ถึงเพียงสหกรณ์ที่ขายมัน อย่างไรก็ตามนักคั่วกาแฟสามารถหาซื้อเมล็ดกาแฟที่ยอดเยี่ยมผ่าน ECX ได้ แม้ว่ามันจะขาดความสามารถในการสืบย้อนกลับก็ตาม

 » โปรไฟล์รสชาติ «

รสชาติของกาแฟเอธิโอเปียนั้น มีความหลากหลายอย่างชัดเจน ตั้งแต่ความเปรี้ยวแบบผลไม้ มะกรูด และดอกไม้ไปจนถึงผลไม้เคลือบน้ำตาลหรือแม้แต่ผลไม้เขตร้อน กาแฟแบบ Washed-Process ที่ดีที่สุดสามารถมีความซับซ้อนได้อย่างน่าทึ่ง และกาแฟแบบ Natural-Process ที่ดีที่สุดสามารถมีรสผลไม้โดดเด่นและมีเสน่ห์ที่ไม่ธรรมดาเลย

» ระบบการผลิตกาแฟของเอธิโอเปีย«

กาแฟเอธิโอเปียสามารถแยกได้เป็นสามประเภทตามวิธีผลิตคือ

→ กาแฟป่า 

กาแฟเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากต้นกาแฟป่าที่เติบโตทางตอนใต้ของประเทศ โดยจะเติบโตภายใต้ร่มเงาตามธรรมชาติของต้นไม้สายพันธุ์ต่างๆ หลากหลายสายพันธุ์และต้นกาแฟเองก็มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์เช่นกัน ผลผลิตของต้นกาแฟเหล่านี้จะต่ำ เมื่อเทียบกับการแฟที่ปลูกจากไร่

 กาแฟสวน 

นี่เป็นต้นกาแฟที่ปลูกตามบ้าน โดยมักจะไม่ได้รับร่มเงาตามธรรมชาติ แต่จะมีการจัดการต้นไม้เพื่อให้ร่มเงาแทน เช่น การตัดแต่งกิ่งต้นไม้ที่ให้ร่มเงา เพื่อไม่ให้บังแสงมากไป ผู้ปลูกหลายรายได้จะปุ๋ยด้วย และกาแฟประเภทนี้นับเป็นผลผลิตจำนวนมากจากผลผลิตทั้งหมดของเอธิโอเปีย

→ กาแฟไร่ 

กาแฟเหล่านี้เป็นกาแฟที่ปลูกกันอย่างหนาแน่นในไร่ขนาดใหญ่ มีการใช้มาตราฐานเกษตร เช่น การตัดแต่งกิ่งคลุมดิน ใส่ปุ๋ยและยาป้องกันโรค

» พื้นที่ปลูกกาแฟ «

ประชากร : 93,877,000 คน
ความจุกระสอบขนาด 60 กก.
ในปี 2013 : 6,600,000 กระสอบ

ชื่อของพื่นที่ปลูกกาแฟในเอธิโอเปีย เป็นชื่อที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีและเป็นชื่อที่ใช้ขายกาแฟในปัจจุบัน และอาจจะใช้ต่อไปอีกอย่างยาวนานในอนาคต ซึ่งศักยภาพของสายพันธุ์อาราบิก้าท้องถิ่น และอาราบีก้าป่านั้น ทำให้อนาคตของกาแฟเอธิโอเปียดูน่าตื่นใจมาก

ethiopia-coffee-cherry

SIDAMO
Sidamo เป็นหนึ่งในสามพื้นที่ (อีกสองพื้นที่คือ Harra และ Yigacheffe) ที่รัฐบาลเอธิโอเปียทำให้เป็นเครื่องหมายการค้าในปี 2004 เพื่อให้เอกลักษ์ของพวกันเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยพื้นที่นี้ผลิตกาแฟทั้งแบบ Washed-Process และ Natural-Process ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คอกาแฟที่ชื่นชอบกาแฟที่มีกลิ่นและรสผลไม้เด่นชัด

ความสูง : เฉลี่ย 1,400 – 2,200 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ตุลาคม – มกราคม
สายพันธุ์ : ดั้งเดิม

LIMU
แม้ว่าจะไม่ได้มีชื่อเสียงเหมือนกับ Sidamo และ Yirgacheffe แต่ Limu ก็สามารถผลิตกาแฟที่น่าทึ่งได้เช่นเดียวกัน ผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่ส่วนใหญ่แล้วเป็นเกษตรกรรายย่อย แต่ก็มีไร่กาแฟขนาดใหญ่ของรัฐบาลอยู่หลายไร่

ความสูง : เฉลี่ย 1,400 – 2,200 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : พฤศจิกายน – มกราคม
สายพันธุ์ : Heirloom

DJMMAH
พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้นี้ ผลิตกาแฟได้ปริมาณมาก แม้ว่าผลผลิตจะโดนบดบังโดยชื่อเสียงของพื้นที่อื่นในประเทศ แต่กาแฟของที่นี่ก็คุ้มค่าแก่การค้นหา โดยชื่อ Djimmah สามารถเขียนได้หลายแบบทั้ง Jimmah, Jimma หรือ Jima ก็ได้

ความสูง : เฉลี่ย 1,400 – 2,000 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : พฤศจิกายน – มกราคม
สายพันธุ์ : ดั้งเดิม

GHIMBI/LEKEMPTI
พื้นที่รอบๆเมือง Ghimbi และ Lekempi สองเมืองนี้มักถูกรวบรวมเป็นหนึ่่งแหล่งเพาะปลูก ซึ่งนักคั่วกาแฟอาจใช้ชื่อใดก็ได้หรือทั้งสองชื่อเลยก็ได้ เมือง Lekempi นั้นเป็นเมืองเอกของพื้นที่นี้ แต่กาแฟที่ใช้ชื่อเมืองนี้อาจมาจากเมือง Ghimbi ที่อยู่ไกลกว่า 100 กม.

ความสูง : 1,500 – 2,100 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กุมภาพันธ์ – เมษายน
สายพันธุ์ : ดั้งเดิม

HARRAR
พื้นที่รอบเมือง Harrar นี้เป็นหนึ่งในพื้นที่เพาะปลูกที่เก่าแก่ที่สุด โดยกาแฟจากพื้นที่นี้ จะมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และพวกมันมักเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ต้องการการชลประทานที่ดี Harrar รักษาชื่อเสียงอันโด่งดังมาได้หลายปี แม้ว่ากระแฟ Natural-Process ของที่นี่อาจะมีคุณลักษณะที่แกว่งระหว่างไม่สะอาดเหมือนไม้กับดินและบลูเบอร์รี่อันโดดเด่นชัดเจน โดยคนในวงการแกฟมักจดจำความไม่ธรรมดาของมันได้ดี เพราะมันเปิดตาให้พวกเขาเห็นถึงความหลากหลายของรสชาติกาแฟ

ความสูง : 1,500 – 2,100 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กุมภาพันธ์ – เมษายน 
สายพันธุ์ : ดั้งเดิม

YIRGACHEFFE
กาแฟจากพื้นที่นี้มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครในหลายๆด้าน กาแฟ Washed-Process หลายตัวจาก Yirgacheffe นั้นจะหอมมาก มีรสของผลไม้เปรี้ยว ดอกไม้ และมีบอดี้ที่เบาและสง่า (Elegant) ดังนั้นนี่จึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ปลูกกาแฟที่ดีที่สุดและน่าสนใจที่สุด กาแฟที่ดีที่สุดจากที่นี่จะได้ราคาสูงมาก และแม้ว่ามันจะทำให้บางคนนึกถึงชา Eal Grey มากกว่ากาแฟ แต่มันก็คุ้มค่าที่จะลองจริงๆ พื้นที่นี้ยังผลิตกาแฟ Natural-Process ที่มีความน่าสนใจเช่นกัน

ความสูง : 1,750 – 2,200 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ตุลาคม – มกราคม
สายพันธุ์ : ดั้งเดิม

ที่มา : หนังสือ THE WORLD ATLAS OF COFEE BY JAMES HOFFMANN

Please follow and like us:
error0
By Panbeans
MENU