กาแฟ กัวเตมาลา (GUATEMALA COFFEE)

Blog

กาแฟ กัวเตมาลา (GUATEMALA COFFEE)

หลายคนเชื่อว่าชาวคริสนิกายเยสุอิตเป็นคนนำกาแฟเข้ามาในกัวเตมาลาในช่วงปี 1750 แม้ว่าจะมีหลักฐานว่ากาแฟถูกปลูกและดื่มกันมาตั้งแต่ปี 1747 เช่นเดียวกับเอลชัลวาดอร์ กาแฟไม่ได้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญจนกระทั่งหลังปี 1856 ที่มีการคิดค้นสารย้อนเคมีสำเร็จ และส่งผลให้ความต้องการครามซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักลดลง

รัฐบาลมีความพยายามเปลี่ยนพืชเศรษฐกิจไปเป็นพืชชนิดอื่นมาก่อนอยู่แล้ว โดยในปี 1845 มีการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและเพาะปลูกกาแฟ(Commission for Coffee Cultivation and Promotion) ที่ช่วยผลิตสื่อการสอนให้แก่ผู้ผลิตกาแฟและช่วยกำหนดราคาและระดับคุณภาพในปี 1868 รัฐบาลได้แจกเมล็ดกาแฟให้เกษตรกรกว่า 1 ล้านเมล็ดเพื่อกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรม

ตอนที่ Justo Rufino Barrion ก้าวขึ้นมามีอำนาจในปี 1871 เขาก็ทำให้กาแฟเป็นกระดูกสันหลังของชาติซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปฏิรูปของเขา โชคร้ายการที่ปฏิรูปนี้ทำให้คนพื้นเมืองของกัวเตมาลาต้องสูญเสียที่ดินไปอีกเพราะมีการนำที่ดินสาธารณะไปขายกว่า 2,500,000 ไร่ เพื่อนำไปทำไร่กาแฟขนาดใหญ่และผลักไสคนพื้นเมืองออกจากที่ดินที่อุดมสมบรูณ์หรือผลักให้พวกเขาต้องหันไปทำงานให้ไร่กาแฟแทนอย่างไรก็ตาม ความพยายามในการกระตุ้นอุตสาหกรรมกาแฟนั้นประสบความสำเร็จและกาแฟก็กลายเป็นสินค้าส่งออก 90% ของกัวเตมาลาภายใยปี 1880

กาแฟมีส่วนสำคัญในด้านการเมืองอีกครั้งเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกในปี 1930 เพื่อ Jorge Ubico เข้ามาบริหารประเทศและช่วยลดราคากาแฟเพื่อกระตุ้นการส่งออก เขาสร้างโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมากมายแต่เขาก็ได้มอบอำนาจและที่ดินมากมายให้แก่บริษัท United Fruit Company (UFC) ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกาที่เติบโตจนมีอำนาจมากหลังจากนโยบายนี้ ในที่สุด Ubico ก็ต้องลาออกหลังจากเกิดการประท้วงเพื่อขับไล่เขาลงจากตำแหน่ง

ช่วงเวลาต่อจากนั้นเป็นช่วงเวลาของประชาธิปไตยและเสรีภาพในการพูด ประธานาธิบดี Arbenz เสนอพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินในปี 1953 เพื่อยึดที่ดินคืน (ส่วนใหญ่เป็นของ UFC) และจัดสรรใหม่เพื่อการเกษตร ทั้งเจ้าของไร่กาแฟขนาดใหญ่และ UFC (ที่สนับสนุนโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา) ต่างต่อต้านการปฏิรูปนี้ และในปี 1954 ก็เกิดการรัฐประหารโดย CIA เพื่อล้มรัฐบาลของ Arbenz และข้อเสนอการปฏิรูปที่ดินก็ถูกยุบลง นี่ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในกัวเตมาลาและกินเวลานานตั้งแต่ปี 1960 ไปจนถึง 1996 ซึ่งปัญหาที่ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น เช่น ความยากจน การจัดสรรที่ดิน ความหิวโหย และการเหยียดชาติกำเนิดคนพื้นเมืองก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

การผลิตกาแฟในกัวเตมาลาพุ่งสูงสุดในช่วงก่อนขึ้นศตวรรษใหม่ เพราะเกษตรกรหันไปปลูกแมคคเดเมียกับอะโวคาโดกันหลังจากเกิดวิกฤตกาแฟในปี 2001 นอกจากนี้ราสนิมยังเป็นปัญหาที่เกิดบ่อยขึ้นทั่วประเทศและทำให้ผลผลิตเสียหายจำนวนมาก

» การคัดเกรดตามระดับความสูง «

กาแฟกัวเตมาลาสามารถสืบย้อนที่มาได้ถึงไร่ที่ปลูกสหกรณ์ หรือกลุ่มผู้ผลิต ในขณะที่บางพื้นที่ได้รับการปกป้องในฐานะแหล่งปลูกกาแฟ กัวเตมาลาก็มีประวัติที่ดีด้านการสืบค้นย้อนกลับและไร่กาแฟขนาดใหญ่ที่ผลิตกาแฟคุณภาพเพราะเกษตรกรหลายรายมีโรงแปรรูปของตัวเอง และแปรรูปกาแฟเองด้วย

  • Prime : ปลูกในระดับความสูง 750 – 900 เมตร
  • Extra Prime : ปลูกในระดับความสูง 900 – 1,050 เมตร
  • Semi Hard Bean : ปลูกในระดับความสูง 1,050 – 1,220 เมตร
  • Hard Bean (HB) : ปลูกในระดับความสูง 1,220 – 1,300 เมตร
  • Strictly Hard Bean (SHB) : ปลูกในระดับความสูงมากกว่า 1,300 เมตร

» การสืบค้นย้อนกลับ (TRACEABILITY) «

กาแฟกัวเตมาลาสามารถสืบย้อนที่มาได้ถึงไร่ที่ปลูกสหกรณ์ หรือกลุ่มผู้ผลิต ในขณะที่บางพื้นที่ได้รับการปกป้องในฐานะแหล่งปลูกกาแฟ กัวเตมาลาก็มีประวัติที่ดีด้านการสืบค้นย้อนกลับและไร่กาแฟขนาดใหญ่ที่ผลิตกาแฟคุณภาพเพราะเกษตรกรหลายรายมีโรงแปรรูปของตัวเอง และแปรรูปกาแฟเองด้วย

 » โปรไฟล์รสชาติ «

กาแฟกัวเตมาลามีรสชาติหลากหลาย มีทั้งกาแฟที่บอดี้น้อยมาก มีความหวานมาก มีรสผลไม้ ซับซ้อนไปจนถึงกาแฟที่มีบอดี้หนัก เข้มข้น และมีรสช็อคโกแล็ต

» พื้นที่ปลูกกาแฟ «

ประชากร : 15,438,000 คน
จำนวนกระสอบขนาด 60 กก.
ในปี 2013 : 3,143,000 กระสอบ

กัวเตมาลาประสบความสำเร็จในการกำหนดแหล่งปลูกกาแฟหลักมากกว่าประเทศอื่นและสามารถทำการตลาดด้วยเอกลักษณ์ที่ต่างกันไปของแต่ละพื้นที่ จากประสบการณ์ของผมบางพื้นที่ก็มีคุณลักษณะรสชาติที่เหมือนกันบางส่วน แต่มันก็ไม่ได้มีกฎอะไรที่ตายตัว

SAN MARCOS
San Marcos เป็นพื้นที่ที่อุ่นที่สุดและฝนตกชุกที่สุดในพื้นที่ปลูกกาแฟในกัวเตมาลาโดยฝนจะตกแถวเนินเขาที่หันไปทางแปซิฟิกก่อนดังนั้นต้นกาแฟก็จะออกดอกค่อนข้างเร็ว อย่างไรก็ตาม ฝนอาจจะเป็นปัญหาได้หลังการเก็บเกี่ยว ดังนั้นเกษตรกรบางรายจึงใช้ทั้งการตากกาแฟกลางแจ้งและการใช้เครื่องจักร เกษตรกรรมเป็นเศรษฐกิจใหญ่ของที่นี่ซึ่งมีทั้งธัญพืช ผลไม้ เนื้อสัตว์และขนแกะ

ความสูง : 1,300 – 1,800 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ธันวาคม – มีนาคม
สายพันธุ์ : Bourbon, Caturra, Catuai

ACATENANGO
การผลิตกาแฟมีศูนย์กลางอยู่ที่หุบเขา Acatenango ซึ่งตั้งชื่อตามภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ที่นั่น ในอดีตผู้ผลิตกาแฟจะขายกาแฟให้กับเหล่า ‘หมาป่า’ (Coyotes) ที่จะขนส่งกาแฟไปยังเขต Antigua เพื่อแปรรูปเพราะที่นั่นมีชื่อเรื่องกาแฟมากกว่าและทำให้ขายได้ราคาดีกว่า แต่ตอนนี้การกระทำแบบนั้นลดลงมากเพราะกาแฟจาก Acatenango เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ดังนั้นมันจึงได้กำไรกว่าหากรักษาความสามารถในการสืบย้อนที่มาได้

ความสูง : 1,300 – 2,000 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ธันวาคม – มีนาคม
สายพันธุ์ : Bourbon, Caturra, Catuai

ATITLAN
ไร่กาแฟที่นี่ทำกันรอบๆทะเลสาบ Atitlan ที่ตั้งอยู่ระดับ 1,500 เมตร (4,900 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเลและเป็นสถานที่ที่สามารถสะกดทั้งนักเขียนและนักท่องเที่ยวที่ได้มาเห็นความงดงามของมัน ที่นี่จะมีลมพัดในช่วงสายเป็นประจำ โดยชาวกัวเตมาลาจะเรียกลมนี้ว่า ‘Xocomil’ หรือลมที่ช่วยปัดเป่ากิเลศออกไป
ที่นี่มีพื้นที่อนุรักษ์อยู่เอกชลอยู่หลายพื้นที่ โดยมันถูกจัดตั้งเพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและป้องกันการทำลายป่า อุตสาหกรรมการผลิตกาแฟกำลังโดนกดดันจากต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันกันแย่งแรงงาน นอกจากนี้การเติบโตของเมืองยังสร้างแรงกดดันด้านการใช้ประโยชน์จากที่ดิน เพราะเกษตรกรบางรายขายไร่ไปเพราะมันได้กำไรดีกว่าปลูกกาแฟ

ความสูง : 1,500 – 1,700 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ธันวาคม – มีนาคม
สายพันธุ์ : Bourbon,Typica, Caturra, Catuai

COBAN
พื้นที่นี้ตั้งชื่อตามเมือง Coban ที่เติบโตและเฟื่องฟูจากผู้ผลิตกาแฟชาวเยอรมันที่มีอำนาจมาก จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองจบลง ป่าฝนอันอุดมสมบูรณ์ของที่นี่หมายถึงสภาพอากาศที่เปียกมากและสร้างปัญหาให้แก่การทำให้กาแฟแห้ง พื้นที่นี้ยังค่อนข้างจะห่างไกล ทำให้การขนส่งค่อนข้างลำบากและแพง อย่างไรก็ตาม มันสามารถปลูกกาแฟที่น่าทึ่งมาก

ความสูง : 1,300 – 1,500 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ธันวาคม – มีนาคม
สายพันธุ์ : Bourbon, Maragogype, Catuai, Caturra, Pache

NUEVO ORIENTE
Nuevo Oriente หมายถึง ‘ตะวันออกใหม่’ และก็ไม่น่าแปลกที่มันจะอยู่ทางตะวันออกของประเทศ และมีชายแดนติดกับฮอนดูรัสสภาพอากาศที่นี่แห้งกว่าที่อื่นและกาแฟส่วนใหญ่นั้นมาจากเกษตรกรรายย่อย ทั้งนี้กาแฟถูกนำมาปลูกในช่วงปี 1950s ซึ่งค่อนข้างช้า

ความสูง : 1,300 – 1,700 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ธันวาคม – มีนาคม
สายพันธุ์ : Bourbon, Catuai, Caturra, Pache

HUEHUETENANGO
นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีชื่อเสียงของกัวเตมาลาและชื่อของมันก็สามารถออกเสียงอย่างสนุกโดยชื่อนี้มาจากภาษา Nahautl และมีความหมายว่า ‘ดินแดนแห่งบรรพบุรุษ’ ภูเขาที่สูงที่สุดในอเมริกากลางที่ไม่ใช่ภูเขาไฟตั้งอยู่ที่นี่และมันเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกกาแฟ Huehuetenango อาจเป็นพื้นที่ที่ต้องพึ่งพาการส่งออกกาแฟมากที่สุดในกัวเตมาลา และมันสามารถผลิตกาแฟที่น่าทึ่งได้

ความสูง : 1,500 – 2,000 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : มกราคม – เมษายน
สายพันธุ์ : Bourbon, Catuai, Caturra

FRAIJANES
พื้นที่ราบสูงนี้อยู่รอบๆเมืองหลวง Guatemala City โดยมีการปะทุของภูเขาไฟบ่อยๆ ซึ่งทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์แต่ก็เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และโครงสร้างพื้นฐาน น่าเสียดายที่พื้นที่ปลูกกาแฟลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเมืองที่ขยายออกและที่ดินถูกนำไปทำอย่างอื่นแทน

ความสูง : 1,400 – 1,800 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : ธันวาคม – กุมภาพันธ์
สายพันธุ์ : Bourbon, Caturra, Catuai, Pache

ANTIGUA
Antigua เป็นพื้นที่ปลูกกาแฟที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในกัวเตมาลาและทั่วโลก โดยตั้งชื่อตามเมือง Antigua ที่มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมสเปนและเป็นเมืองมรดกโลกของ UNESCO พื้นที่นี้ได้รับการรับรองแหล่งปลูกในปี 2000 ภายใต้ชื่อ ‘Genuine Antigua Coffee’ หลังจากมูลค่าในตลาดของมันลดลงจากกาแฟที่แอบใช้ชื่อ Antigua ซึ่งนี่ป้องกันไม่ให้กาแฟจากแหล่งอื่นถูกนำมาขายภายใต้ชื่อ Antigua แต่ก็ไม่สามารถหยุดการแอบนำเอาผลกาแฟจากแหล่งอื่นมาแปรรูปที่นี่เพื่อย้อมแมว อย่างไรก็แล้วแต่ เป็นไปได้ที่เราจะสามารถหากาแฟที่สามารถสืบย้อนที่มาได้จากที่นี่ และแม้ว่าบางตัวจะแพงเกินจริงแต่ก็มีตัวอื่นที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมที่คุ้มค่าในการค้นหา

ความสูง : 1,500 – 1,700 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : มกราคม– มีนาคม
สายพันธุ์ : Bourbon, Caturra, Catuai

ที่มา : หนังสือ THE WORLD ATLAS OF COFEE BY JAMES HOFFMANN

Please follow and like us:
error0
By Panbeans
MENU