กาแฟ แทนซาเนีย (TANZANIA COFFEE)

Blog

กาแฟ แทนซาเนีย (TANZANIA COFFEE)

ประวัติศาสตร์ของกาแฟแทนชาเนียที่เล่าขานกันว่า กาเเฟได้เดินทางจากเอธิโอเปียมาถึงแทนซาเนียในศตวรรษที่ 16 โดยคที่นำมาคือชาว Haya ซึ่งเรียกกาแฟของพวกเขาว่า Haya Coffee’ หรือ Amwani ชื่งเป็นไปได้ว่าจะเป็นกาแฟโรบัสต้าที่ต่อมาได้มีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมของชาว Haya อย่างไรก็ตาม ชาว Haya จะต้มผลกาแฟสุกและนำไปรมควันนานหลายวัน ก่อนที่จะจะนำมาเคี้ยวแทนที่จะนำไปทำเครื่องดื่ม

กาแฟได้กลายเป็นทำเศรษฐกิจของแทนซาเนีย (ก่อนหน้านี้เรียกว่าดินแดนแทนกันยีกา (Tanganyika) ในสมัยปกครองโดยเยอรมัน โดยในปี 1911 เจ้าอาณานิคมสั่งให้มีการปลูกอาราบิก้าทั่วพื้นที่ Bukoba วิธีปลูกแบบใหม่นี้ต่างจากวิธีที่ชาว Hayan ปลูกกาแฟมาก และขาว Haya ก็ไม่เต็มใจที่จะแทนที่พืชผลที่ใช้เป็นอาหารด้วยกาแฟ อย่างไรก็ตาม พื้นที่นี้ก็เริ่มผลิตกาแฟได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน พื้นที่ส่วนอื่นของประเทศไม่ค่อยรู้จ้ากาแฟมากนัก จึงมีการต่อต้านการปลูกกาแฟน้อยกว่า โดยเผ่า Chagga ที่อาศัยอยู่รอบๆ ภูเขา Mount Kilimanjaro เปลี่ยนไปปลูกกาแฟแทนพืชอื่นทั้งหมดเมื่อเยอรมันยุติการค้าทาส

หลังจากสงครามโลกครังที่ 1 แทนซาเนียก็ตกไปอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในตอนนั้นอังnฤษก็ได้เริ่มโครงการนำต้นกล้ากาแฟมาปลูn 10 ล้านต้น ใน Bukoba แต่พวกเขาก็ต้องเจอกับการต่อต้านจากชาว Haya เช่นกัน และมักนำไปสู่การถอนต้นกาแฟออก ผลก็คือการเติบโตของกาแฟในพื้นที่นี้มีน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ Chagga อย่างไรก็ตาม มีการจัดตั้งสหกรณ์แห่งแรกขึ้นในปี 1925 ชื่อสหกรณ์ Kilimanjaro Native Planters Association (NPA) โดยนี่เป็นสหกรณ์แรกก่อนที่จะมีอีกหลายๆ สหกรณ์ตามมาอีก ด้วยความช่วยเหลือจากสหกรณ์ ผู้ผลิตกาแฟก็เริ่มได้รับประโยชน์จากการค้าตรงกับลอนดอน และได้ราคาที่ดีกว่าเดิม

หลังจากได้รับอิสรภาพในปี 1961 รัฐบาลแทนซาเนียก็พุ่งความสนใจไปยังกาแฟและหวังจะพิ่มผลผลิตเป็นสองเท่า ภายในปี 1970 ทว่าพวกเขาก็ไม่สามารถไปถึงเป้าหมายได้ หลังจากต้องล้มลุกคลุกคลานกับอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตต่ำ เงินเฟ้อสูง และเศรษฐกิจถดถอย แทนซาเนียจึงเปลี่ยนไปใช้ระบอบประชาธิปไตยแบบพหุพรรค (Multiparty Democracy)

ระหว่างต้นถึงกลางยุค 1990s เกิดการปฏิรูปอุตสาหกรรมกาแฟขึ้น เพื่อเปิดให้ผู้ผลิตและผู้ซื้อค้าขายกันโดยตรงได้มากขึ้น แทนที่จะต้องทำทุกอย่างผ่านคณะกรรมการการตลาดกาแฟ (State Coffee Marketing Board) ทว่าอุตสาหnรรมกาแฟก็ต้องสะดุดลงในช่วงปลายยุค 1990s ด้วยฝีมือของโรคเหี่ยว (Wilt Disease) ที่ระบาดไปทั่วประเทศ และทำลายต้นกาแฟจำนวนมากในตอนเหนือใกล้กับชายแดน อูกานด้า ปัจจุบันผลผลิตกาแฟในแทนซาเนียนั้นเป็นอาราบิก้าประมาณ  70 % และโรบัสต้า 30 %

» การสืบค้นย้อนกลับ (TRACEABILITY) «

กาแฟในแทนซาเมียประมาณ  90 % จะมาจากเกษตรกรรายย่อยที่มีกว่า 450,000 คน ส่วนอีก 10% ที่เหลื่อนั้นมาจากไร่กาแฟขนาดใหญ่ เป็นไปได้ที่จะสืบย้อนที่มาของกาแฟไปจนถึงสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟและสถานีล้างกาแฟหรือไปได้ถึงไร่ที่ปลูกหากมันเป็นไร่ขนาดใหญ่ กาแฟดีๆที่ผมเคยลองเมื่อไม่นานมานี้มาจากไร่กาแฟขนาดใหญ่ และผมก็แนะนำให้ลองหามันดูก่อน

 » โปรไฟล์รสชาติ «

กาแฟแทนซาเนีย เป็นกาแฟที่มีรสชาติดีและน่าสนใจ ส่วนใหญ่จะมีความฉ่ำ และรสชาติที่มีความผสมผสานของความเปรี้ยวสดชื่น และรสผลไม้แบบเบอร์รี่

» การคัดเกรด «

แทนซาเนียใช้ระบบคัดเกรดอังกฤษคล้ายกับระบบในเคนย่า ซึ่งแยกเกรดออกเป็น AA, A, B, PB, C, E, F, AF, TT, UG และ TEX

» พื้นที่ปลูกกาแฟ «

ประชากร : 44,929,000 คน
จำนวนกระสอบขนาด 60 กก.
ในปี 2013 : 750,000 กระสอบ

แทนซาเนีย ผลิตโรบัสต้าจำนวนหนึ่ง ชึ่งส่วนใหญ่จะปลูกกันมากทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศใกล้กับ Lake Victoria และความสูง ก็เป็นปัจจัยหลักในการกำหนดพื้นที่ปลูกอื่น

tanzania-coffeefarm

KILIMANJARO
พื้นที่นี้เป็นแหล่งปลูกอาราบิก้าที่เก่าแก่ที่สุดในแทนซาเนีย ดังนั้นจึงยุติธรรมที่จะบอกว่ามันมีเวลาพัฒนาชื่อเสียงในตลาดโลกนานที่สุด การปลูกกาแฟที่ทำกันมาอย่างยาวนานหมายถึงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีกว่า แม้ว่าต้นกาแฟหลายต้นจะแก่มากและมีผลผลิตต่ำก็ตาม อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพืชชนิดอื่นกำลังเติบโตและก้าวเข้ามาแข่งขันกับกาแฟ

ความสูง : 1,050-2,500 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กรกฎาคม-ธันวาคม
สายพันธุ์ : Kent, Bourbon, Typica, Typica/Nyara

ARUSHA
Arusha มีเขตแดนติดกับพื้นที่รอบๆ ภูเขา Mount Kilimanjaro และมีความคล้ายคลึงกับพื้นที่เหล่านี้ในหลายๆ ทาง โดยพื้นที่แห่งนีล้อมรอบภูเขาไฟ Mount Meru ซึ่งยังไม่ดับแต่ไม่มีปรากฏการณ์ใดเกิดขึ้นมาตังแต่ปี 1910

ความสูง : 1,100-1,800 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กรกฎาคม-ธันวาคม
สายพันธุ์ : Kent, Bourbon, Typica, Typica/Nyara

RUVUMA
พื้นที่นี้ตั้งชื่อตามแม่น่า Ruvuma และอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศโดยการปลูกกาแฟจะมีศูนย์กลางอยู่ในเขต Mbingo และนับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกกาแฟคุณภาพแม้ว่ามันจะล้าหลัง เพราะขาดการเข้าถึงเงินทุนก็ตาม

ความสูง : 1,200-1800 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : มิถุนายน-ตุลาคม
สายพันธุ์ : Kent, Burton, Typica สายพันธุ์ย่อยของ Bourbon เช่น N5 และ N39

MBEYA
พื้นที่ทางตอนได้ของประเทศนี้มีเมือง Mbeya เป็นศูนย์กลาง โดยเป็นพื้นที่หลักในการผลิตพืชส่งออกที่มีค่าสูง รวมถึงกาแฟ ชา โกโก้ และเครื่องเทศ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาพื้นที่นี้ได้รับความสนใจมากขึ้นจากกลุ่มรับรองคุณภาพ และองค์การนอกภาครัฐ (NGO) ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพกาแฟ ซึ่งยังไม่มีคุณภาพสูงเท่าไร

ความสูง : 1,200-2000 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : มิถุนายน-ตุลาคม
สายพันธุ์ : Kent, Bourbon, Typica

TARIME
นี่เป็นพื้นที่ขนาดเล็กทางตอนเหนือของประเทศและมีชายแดนติดกับเคนย่า โดยพื้นที่นี่ยังไม่เป็นที่รู้จักในระดับสากลมากนักแต่มันก็เริ่มมีกาแฟคุณภาพสูงขึ้นให้เห็น พร้อมด้วยโอกาสในการขยายการผลิตอีกมากเพราะมันยังมีผลผลิตค่อนข้างต่ำ และมีโครงสร้างพื้นฐานการแปรรปกาแฟที่จำกัด อย่างไรก็ตาม ความสนใจที่มันได้รับมากขึ้น
ก็ทำให้ผลผลิตของมันเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า ภายในสิบปีที่ผ่านมา

ความสูง : 1,500-1,800 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กรกฎาคม – ธันวาคม
สายพันธุ์ : Kent, Bourbon, Typica, Robusta

KIGOMA
พื้นที่นี้ตั้งตามเมืองเอกของพื้นที่คือเมือง Kigoma และคงอยู่บนที่ราบสูงที่มีเขามาสูงชันนัก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศติดกับชายแดนบุรุนดี มีกาแฟดีๆ หลายตัวถูกผลิตขึ้นที่นี่ แม้ว่าอุตสาหกรรมกาแฟของที่นี่ยังอยู่ในสภาพแบเบาะเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นก็ตาม

ความสูง : 1,100-1,700 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กรกฎาคม-ธันวาคม
สายพันธ์ : Kent, Bourbon,Typica

ที่มา : หนังสือ THE WORLD ATLAS OF COFEE BY JAMES HOFFMANN

Please follow and like us:
error0
By Panbeans
MENU