กาแฟ เวเนซุเอล่า (VENEZUELA COFFEE)

Blog

กาแฟ เวเนซุเอล่า (VENEZUELA COFFEE)

ต้องขอบคุณนักบวชนิกายเยสุอิตชื่อ Jose Gumilla ที่นำกาแฟเข้ามายังเวเนซุเอล่าในปี 1730 โดยเวเนซุเอล่ามีชื่อด้านไร่ยาสูบและโกโก้ที่ใช้แรงงานทาส ซึ่งไร่กาแฟขนาดใหญ่นั้นตามมาในปี 1793

จากช่วงปี 1800 กาแฟเริ่มมีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากขึ้น และช่วงยุคสงครามอิสรภาพระหว่างปี 1811 – 1823 ผลผลิตโกโก้ในเวเนซุเอล่าก็เริ่มตกต่ำลง ในขณะที่กาแฟก้าวขึ้นมาแทนที่ การเติบโตแบบก้าวกระโดดครั้งแรกเกิดขึ้นระหว่างปี 1830 ถึง 1855 ซึ่งทำให้เวเนซุเอล่าสามารถผลิตกาแฟถง 1/3 ของกาแฟโลก,อุตสาหกรรมกาแฟเติบโตอย่างต่อเนื่อง และถึงจุดสูงสุดในปี 1919 ซึ่งเวเนซุเอล่าส่งออกกาแฟได้ 1.37 ล้านกระสอบโดยกว่า 75% ของรายได้จากการส่งออกทั้งหมดนั้นมาจากกาแฟและโกโก้รวมกัน โดยกาแฟส่วนใหญ่นั้นถูกส่งไปยังสหรัฐอเมริกา

ในช่วงปี 1920s เศรษฐกิจของเวเนซุเอล่าเริ่มหันไปพึ่งพาน้ำมันมากขึ้น แต่กาแฟที่ยังสร้างรายได้ได้ดีอยู่ รายได้ส่วนใหญ่ถูกใช้เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน จนกระทั่งเกิดวิกฤติราคากาแฟขึ้นในช่วงปี 1930s จนทำให้ทั้งการผลิตและการแปรรูปต้องหยุดชะงัก นี่ยังเป็นช่วงที่รัฐบาลเริ่มแปรรูปอุตสาหกรรมกาแฟให้เป็นเอกชนมากขึ้น ซึ่งนั่นทำให้ชนชั้นแรงงานถูกลิดรอนสิทธิ์ในการปลูกกาแฟบนที่สาธารณะได้

ตั้งแต่จุดนั้นเป็นต้นมาเวเนซุเอล่าต้องพึ่งพาการส่งออกน้ำมันและแร่เป็นหลัก แต่การผลิตและการส่งออกกาแฟก็ยังสูงอยู่ด้วยผลผลิตเกือบเท่ากับโคลอมเบียเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังจากรัฐบาลของ Hugo Chavez เข้ามาในปี 2003 รัฐบาลนำเอากฎที่เข้มงวดมาใช้กับอุตสาหกรรมการผลิตกาแฟ นี่ทำให้เวเนซุเอล่าต้องพึ่งพาการนำเข้ากาแฟจากนิการากัวและบราซิล เพื่อบริโภคภายในประเทศ ในปี 1992/1993 เวเนซุเอล่าส่งออกกาแฟได้ 479,000 กระสอบ และมันลดลงเหลือเพียง 19,000 กระสอบ ในปี 2009/2010 ราคาขายกาแฟที่รัฐบาลกำหนดตายตัวนั้นต่ำกว่าต้นทุนการผลิตมาก ซึ่งนี่ทำลายอุตสาหกรรมกาแฟลงและไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรหลัง Chavez เสียชีวิต

» การสืบค้นย้อนกลับ (TRACEABILITY) «

กาแฟเวเนซุเอล่าที่มีคุณภาพสูงหาได้ยากมาก เนื่องจากมีการส่งออกน้อยมาก แม้ว่ากาแฟบางตัวจะสามารถสืบย้อนที่มาถึงไร่ที่ปลูกได้ แต่ปกติแล้วเราจะเห็นกาแฟที่ใช้ชื่อแหล่งปลูกมากกว่า ผมแนะนำให้ลองกาแฟเวเนซุเอล่าจากร้านคั่วกาแฟที่คุณไว้ใจและชอบเท่านั้น เพราะโดยรวมแล้วเวเนซุเอล่านั้นขาดระดับความสูงที่เหมาะสม และขาดความเอาใจใส่ด้านคุณภาพกาแฟ

 » โปรไฟล์รสชาติ «

กาแฟเวเนซุเอล่าที่มีคุณภาพมักมีความหวาน ไม่ค่อยเปรี้ยว และมีสัมผัสในปากและผิวสัมผัสที่ค่อนข้างข้น

» พื้นที่ปลูกกาแฟ «

ประชากร : 28,946,000 คน
จำนวนกระสอบขนาด 60 กก.
ในปี 2013 : 900,000 กระสอบ

กาแฟจากเวเนซุเอล่าค่อนข้างหายากมีความหวังว่ามันอาจจะเปลี่ยนไปได้ในอนาคตแต่ก็ไม่น่าใช่ในเร็วๆนี้

ภาคตะวันตก (WESTERN REGION)
พื้นที่นี้ปลูกกาแฟส่วนใหญ่ของประเทศมันง่ายกว่าที่จะหากาแฟเกรดส่งออกที่ขายโดนใช้ชื่อรัฐที่ผลิตมันเช่นรัฐ Tachira, Barinas หรือ Zulia มากกว่าชื่อภูมิภาคกาแฟจากที่นี่มักถูกนำไปเทียบกับกาแฟจากโคลอมเบียที่อยู่ข้างๆ

ความสูง : 1,000 – 1,200 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – มีนาคม
สายพันธุ์ : Typica, Bourbon, MundoNovo, Caturra

ทิศตะวันตกของภาคกลาง (WEST CENTRAL REGION)
พื้นที่นี้ครอบคลุมรัฐ Portuguesa, Lara, Falcon และ Yaracuy ซึ่งรัฐ Portuguesa กับ Lara นั้นเป็นรัฐที่สำคัญสำหรับการผลิตกาแฟ กาแฟที่ดีทีสุดของเวเนซุเอล่ามาจากพื้นที่นี้ซึ่งใกล้กับชายแดนโคลอมเบีย โดยกาแฟเหล่านี้มักเรียกว่า Maracaibos ตามชื่อของท่าเรือที่ส่งออกมัน

ความสูง : 1,000 – 1,200 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – มีนาคม
สายพันธุ์ : Typica, Bourbon, MundoNovo, Caturra

ทิศเหนือของภาคกลาง (NORTH CENTRAL REGION )
ผลผลิตปริมาณเล็กน้อยมาจากรัฐ Aragua, Carabobo,the Federal Dependencies,Miranda,Cojedes และ Guarico

ความสูง : 1,000 – 1,200 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – มีนาคม
สายพันธุ์ : Typica, Bourbon, MundoNovo, Caturra

ภาคตะวันออก (EASTERN REGION)
พื้นที่นี้ครอบคลุมรัฐ Sucre,Monagas,Anzoategui และ Bolivar ซึ่งสามารถหากาแฟที่เรียกว่า Caracas ได้จากพื้นที่นี้

ความสูง : 1,000 – 1,200 เมตร
ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – มีนาคม
สายพันธุ์ : Typica, Bourbon, MundoNovo, Caturra

ที่มา : หนังสือ THE WORLD ATLAS OF COFEE BY JAMES HOFFMANN

Please follow and like us:
error0
By Panbeans
MENU